กรุงเทพฯ, 2 กรกฎาคม 2569 – ประเทศไทยเดินหน้าสร้างแรงสนับสนุนจากประชาคมโลกสู่การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ WorldPride Bangkok 2030 ผ่านการจัดงาน WorldPride 2030 Diplomatic Reception ซึ่งรวบรวมเอกอัครราชทูต คณะผู้แทนทางการทูต ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ ผู้นำเครือข่าย Pride ตลอดจนผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชนจากหลายประเทศ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และยืนยันความร่วมมือในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางของงานระดับโลกที่ยึดมั่นในคุณค่าของความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพซึ่งกันและกัน
งานดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) และเครือข่าย Pride ของประเทศไทย เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประชาคมการทูต ภาคประชาสังคม และพันธมิตรนานาชาติ พร้อมสร้างแรงสนับสนุนต่อการเสนอตัวของกรุงเทพมหานครในการเป็นเจ้าภาพ WorldPride Bangkok 2030
การจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของประเทศไทย ภายหลังการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รับรองสิทธิการสมรสอย่างเท่าเทียมตามกฎหมาย นับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาสังคมที่ให้คุณค่ากับสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค และการยอมรับในความหลากหลาย พร้อมสะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะประเทศที่เปิดกว้างและพร้อมต้อนรับผู้คนจากทุกวัฒนธรรม
สำหรับประเทศไทย การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ WorldPride Bangkok 2030 มีความหมายมากกว่าการเป็นเจ้าภาพมหกรรมระดับโลก หากแต่เป็นโอกาสในการใช้พลังของความหลากหลายเป็นแรงขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และความร่วมมือระหว่างประเทศ ควบคู่ไปกับการยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศในฐานะศูนย์กลางการจัดงานระดับนานาชาติของภูมิภาคเอเชีย

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การจัดงานระดับนานาชาติไม่เพียงสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นเวทีที่เชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และเมืองต่าง ๆ เข้าด้วยกัน พร้อมสร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกในระยะยาวแก่สังคม โดยประเทศไทยมุ่งหวังให้ WorldPride Bangkok 2030 เป็นต้นแบบของงานระดับโลกที่สร้างคุณค่าทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

ด้าน นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างประเทศและการทูตมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเข้าใจระหว่างผู้คนที่มีความแตกต่างหลากหลาย พร้อมส่งเสริมความร่วมมือที่ช่วยเชื่อมโยงประชาคมโลกให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

ขณะที่ นายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวยืนยันการสนับสนุนของรัฐบาลไทยต่อการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ WorldPride Bangkok 2030 พร้อมเน้นย้ำถึงความพร้อมของประเทศไทยในการทำงานร่วมกับเครือข่าย Pride และพันธมิตรจากทั่วโลก เพื่อสร้างงานที่สะท้อนคุณค่าของความเท่าเทียม ความเคารพ และการอยู่ร่วมกันของผู้คนทุกกลุ่ม”แม้ว่ากรุงเทพมหานครจะเป็นเมืองเจ้าภาพ แต่จิตวิญญาณของ WorldPride เป็นของประชาคมโลก ประเทศไทยพร้อมต้อนรับทุกคนด้วยความเคารพ ความอบอุ่น และความภาคภูมิใจ” นายพัสกรกล่าว

คุณวาดดาว อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ผู้จัดงาน Bangkok Pride Festival กล่าวว่า “สมรสเท่าเทียมไม่ใช่เส้นชัย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมที่ทุกคนมีศักดิ์ศรีและโอกาสอย่างเท่าเทียม การผลักดัน WorldPride Bangkok 2030 จึงไม่ใช่เพียงการนำมหกรรมระดับโลกมาสู่ประเทศไทย แต่คือการแสดงให้โลกเห็นว่าประเทศไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางแห่งความหลากหลาย ความคิดสร้างสรรค์ และการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพในภูมิภาคเอเชีย พร้อมต่อยอดโอกาสด้านการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว”
การเสนอตัวของประเทศไทยได้รับการสนับสนุนจากความร่วมมืออย่างเข้มแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ผสานกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดงานระดับนานาชาติที่ได้รับการยอมรับ บุคลากรมืออาชีพด้านอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ระบบคมนาคมที่ทันสมัย และชื่อเสียงของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและการจัดงานนานาชาติชั้นนำของเอเชีย ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นรากฐานสำคัญในการส่งมอบประสบการณ์ระดับโลกที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ครอบคลุม และสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมจากทุกภูมิภาค
ตลอดช่วงค่ำ ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต องค์การระหว่างประเทศ และเครือข่าย Pride ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับศักยภาพของ WorldPride Bangkok 2030 ในการเป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การกระตุ้นการท่องเที่ยวคุณภาพ และการสร้างความเข้าใจระหว่างผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ พร้อมร่วมรับฟังการนำเสนอวิสัยทัศน์และแนวคิดการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพของกรุงเทพมหานคร ก่อนปิดท้ายด้วยกิจกรรมสร้างเครือข่ายระหว่างคณะทูต ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ ผู้นำเครือข่าย Pride และแขกผู้มีเกียรติ
ปัจจุบัน WorldPride ได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในมหกรรมระดับโลกที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และภาพลักษณ์ของเมืองเจ้าภาพ โดยช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว การลงทุน อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมคุณค่าด้านสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมในระดับสากล
สำหรับประเทศไทย การผลักดัน WorldPride Bangkok 2030 จึงไม่ใช่เพียงการเสนอตัวจัดงานระดับนานาชาติ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ในการยกระดับประเทศสู่การเป็น Global Destination for Diversity, Inclusion and World-Class Events หรือจุดหมายปลายทางระดับโลกด้านความหลากหลาย การอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม และการจัดงานระดับนานาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวคุณภาพ และอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทย
หากประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ WorldPride Bangkok 2030 งานดังกล่าวจะไม่เพียงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของประเทศ หากยังสะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะผู้นำแห่งการเชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และความร่วมมือของภูมิภาคเอเชีย พร้อมส่งสารถึงประชาคมโลกว่า ความหลากหลาย ความเท่าเทียม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คือคุณค่าที่สามารถสร้างทั้งความเข้มแข็งของสังคมและการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน

