Thairath Studio: I Want to Believe – ทฤษฎีสมคบคิด

บางเรื่องยากจะเชื่อ.. แต่ทำไมเราถึงอยากเชื่อ?
ประโยคสั้น ๆ นี้คือเชื้อเพลิงของรายการ “I Want to Believe ทฤษฎีสมคบคิด” จาก Thairath Studio 

รายการที่พาคนดูลงไปสำรวจใต้ชั้นผิวของข่าวลือ ปริศนา และข้อเท็จจริงที่ยังตีความได้ไม่หมด ตั้งแต่ “ไททานิคไม่ได้ชนน้ำแข็ง” “เที่ยวบิน MH370” “ซอมบี้จากตำนานวูดู” ไปจนถึง 9/11 และปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติหลากชนิด

ทั้งหมดถูกวางโครงอย่างเป็นระบบแบบ Fact – Pro – Con ให้คนดูเห็นภาพรวม ค่อย ๆ คลายปม พร้อมแรงชวนค้นต่อด้วยตัวเอง

9Conversations ชวนทำความรู้จักเบื้องหลังรายการ ตั้งแต่วันที่ช่องยังชื่อ Peepz จนกลายร่างมาเป็น Thairath Studio และทีมงานที่เชื่อว่า ความบันเทิงที่ดี “ต้องมีประโยชน์” และ ไม่ส่งเสริมความงมงาย โดยไร้เหตุผล


ปราชญ์ วิลาวรรณ หัวหน้าฝ่าย Creative Digital Studio ไทยรัฐออนไลน์ เล่าว่า ประมาณหกปีก่อน ทีมอยากทดลองทำคอนเทนต์ non-news เพื่อขยายฐานคนดูจากกลุ่มที่ติดตามข่าวให้กว้างขึ้น จึงเกิดช่อง Peepz เน้นเอ็นเตอร์เทนเมนต์เข้มข้น รายการฮิตอย่าง “ห้องปลดทอล์ค” (คุยกันในห้องน้ำโดยอีกฝั่งไม่เห็นหน้า) และ “กินแก้กรรม” ผลิตไวรัลมากมาย ช่วงเดียวกัน Short VDO เริ่มขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม เผยแพร่เป็นมีมต่อเนื่อง

แต่คลื่นเปลี่ยนแรงเมื่อโควิดถาโถม ครีเอเตอร์หน้าใหม่เกิดขึ้นทุกวัน แขกรับเชิญและพิธีกรหลายคนหันไปทำช่องตัวเอง ช่องจึงต้อง “หาห้อง” ของตัวเองให้เจอ ทีมทดลองหลายฟอร์แมต จนค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านเป็น Thairath Studio มองจุดแข็งผู้ชมไทยรัฐที่สนใจ เรื่องลี้ลับ–ประวัติศาสตร์–วิทยาศาสตร์เชิงพิศวง แล้วออกแบบรายการเล่า “เรื่องยาก” ให้ “ดูสนุกและเข้าใจง่าย” รายการอย่าง “สถานีผีดุ” และ “โลกวิวัฒน์” จึงปูรางให้ “I Want to Believe” เกิดและเติบโต

“พฤติกรรมคนดูเปลี่ยนตลอดเวลา เราจึงต้องหาจุดยืนของตัวเองให้เร็ว และฟังเสียงคนดูให้มากพอ ขณะเดียวกันก็ยังเป็นตัวเราอยู่” – ปราชญ์

หากย้อนไปยุค Peepz จะพบ “จุดปะทุ” หลายครั้ง ทั้งคลิปจาก ห้องปลดทอล์ค และมีมจาก กินแก้กรรม รวมถึงรายการจำลองชีวิตออฟฟิศ “บอสขา หนูอยากผ่านโปร” ที่ชวน แพรี่ (อดีตพระมหาไพรวัลย์) มา “วิเคราะห์สถานการณ์” จนเกิดวลีติดหู ล้วนคือก้าวสำคัญของการทดลอง

พอมาถึงยุค Thairath Studio แทนที่จะไล่ล่าไวรัลอย่างเดียว ทีมกลับโฟกัส สร้างฐานแฟน ให้แน่นตั้ง “ระบบนิเวศรายการ” ที่คนจำชื่อได้และรอดูตอนใหม่ต่อเนื่อง “I Want to Believe” จึงไม่ได้ดังจากคลิปเดียว แต่จาก “ความสม่ำเสมอของคุณค่า” ที่คนดูรับรู้ได้

หัวใจของรายการคือการเล่าด้วยโครง Fact – Pro – Con วางข้อมูลต้นทางให้ชัด แยก “ข้อสนับสนุน” ออกจาก “ข้อโต้แย้ง” แล้วให้ผู้ชม ตัดสินใจเอง ว่าจะเชื่อแค่ไหน และเชื่อเพราะอะไร

ทีมงานผสม งานวิจัย บทความวิชาการ เอกสารประวัติศาสตร์ กับ กราฟิก–โมชั่น–อินโฟดาต้า เพื่อแปลงเรื่องซับซ้อนให้เป็นวิดีโอที่ดูเพลินและจับประเด็นทัน ความตื่นเต้นจึงไม่เพียงมาจากการ “ชี้นำให้เชื่อ” แต่มาจาก “พาเห็นครบก่อนเลือกเชื่อ”

“สุดท้ายเราอยากให้คนดูเห็นว่าความจริงมีหลายมุม มากกว่าที่คิด
สิ่งที่เชื่อว่าใช่วันนี้ อาจไม่ใช่พรุ่งนี้ เมื่อข้อมูลเพิ่มขึ้น” – ปราชญ์


หกปีของการทำช่องสอนทีมให้รู้ว่า.. อัลกอริทึมเปลี่ยน เทรนด์เปลี่ยน คนดูก็เปลี่ยน สิ่งที่ไม่ควรเปลี่ยนคือ วินัยในการฟังเสียงคนดู และความเร็วในการ “ปรับ–ทดลอง–ทำซ้ำ” โดยยังบาลานซ์ ตัวตนของแบรนด์ กับ ความคาดหวัง ของผู้ชมและลูกค้าให้อยู่ตรงกลางเดียวกัน

การจับแกน “ลี้ลับ–วิทยาศาสตร์–ประวัติศาสตร์–อาชญากรรม” ทำให้ทีมได้ค้นพบโลกใหม่ตลอดเวลา เรื่องที่ไม่เคยรู้ว่ามีอยู่จริงบนโลกนี้ และทำให้ “การค้นคว้า” กลายเป็นความสนุกของงาน

รายการ I Want to Believe ไม่เชื่อในความงมงาย แต่เชื่อในการตั้งคำถาม ทุกตอนจึงมี “ขีดเส้นใต้” ว่า สนุกได้ แต่ ต้องพึ่งข้อมูล และ ไม่ด่วนสรุป ทีมงานอยากให้ผู้ชมกลับออกไปพร้อม ทักษะตั้งข้อสงสัย และ กรอบคิดเท่าทันข้อมูล มากกว่าจะกลับไปพร้อม “คำตอบเดียว” แบบปิดประตูถกเถียง

ผู้ดำเนินรายการที่เปลี่ยน “กองข้อมูลดิบ” ให้เป็นเรื่องเล่าที่เข้าใจง่าย

“ดีใจและขอบคุณทีมงานทุกคนมาก ๆ เราตั้งใจทำรายการที่ สนุกและมีประโยชน์ ไม่ส่งเสริมความเชื่อแบบไร้หลักฐาน เราพยายามอิง วิทยาศาสตร์ เท่าที่ทำได้ แล้วเปิดพื้นที่ให้คนดู ตัดสินใจเอง ว่าจะเชื่อหรือไม่ ผลตอบรับที่บอกว่า ‘ดูเพลิน’ สำหรับเราคือคำชมที่มีความหมายมาก”

“โลกคงถอยกลับไปที่ข้อมูลมีทางไหลไม่กี่ทาง ทีวี หนังสือ หนังสือพิมพ์ ครีเอเตอร์วันนี้ช่วย ย่อยความซับซ้อน ให้เข้าใจง่ายในเวลาจำกัด สะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่อยากเป็นอินฟลูเอนเซอร์
จากเดิมที่มีความอยากเป็นไม่กี่อาชีพ เช่น หมอ ทหาร ตำรวจ เพราะเขาเห็นว่าการ ‘เล่าเรื่อง’ ก็เป็นการ สร้างประโยชน์ ได้เหมือนกัน”

เพราะรายการไม่ได้บอกให้เชื่อ แต่  “ให้เครื่องมือคิด”
ไม่ได้ขายความลี้ลับ แต่ “ส่องแสงให้ข้อมูล”
ไม่ได้ปล่อยคนดูอยู่กับความกลัว แต่ “ชวนตั้งสติ”
แล้วเปิดหนังสือเพิ่มอีกนิด เปิดแท็บเสิร์ชอีกหน่อย

การได้รับรางวัล 2nd Winner of Best Wonders & Wisdom Influencer Award บนเวที Thailand Influencer Awards 2025 by Tellscore จึงไม่ใช่แค่โล่สวย ๆ แต่มันยืนยันว่า ความบันเทิงเชิงปัญญา ยังมีพื้นที่เติบโต และมีผู้ชมที่พร้อมเดินไปด้วยกัน