ความสวยของภาพบางครั้งไม่ได้เริ่มจากกล้องแพง
แต่มาจาก “สายตาและความตั้งใจของคนถือกล้อง”
นี่คือโลกของ Here’s Jae ช่องที่ทำให้คนจำนวนมากเชื่อว่า
การถ่ายวิดีโอให้สวยได้ เริ่มต้นได้จากกล้องมือถือตัวนึง
และหัวใจที่อยากเล่าเรื่อง ก็มากพอแล้ว
9Conversations ชวนฟังเส้นทางของ เจ – ธชปาณ ปิติตรานันท์
ครีเอเตอร์ที่เปลี่ยนห้องทำงานเงียบ ๆ ในช่วงปี 2017
ให้กลายเป็นจักรวาลแห่งแรงบันดาลใจผ่านภาพ แสง และเสียง
พร้อมสูตรลับการทำคอนเทนต์ที่ทั้ง จริงใจ เรียล และดูโปรกว่าที่คิด

ความรู้สึก “ไม่อยากให้สกิลหายไป” คือจุดเริ่มต้นทั้งหมด
ย้อนกลับไปปี 2017–2018
เป็นช่วงที่ชีวิตของเจ วนอยู่กับงานประจำ วนซ้ำจนเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า
“ถ้าไม่ทำอะไรนอกจากงานแบบนี้ต่อไป สุดท้ายเราจะเหลืออะไร?”
เขามีพื้นฐานถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอมาบ้าง
แต่กลัวว่าถ้าไม่หยิบมันมาใช้เลย วันหนึ่งสกิลนี้อาจเลือนหายไปจริง ๆ
บวกกับการเสพ YouTube หนักมากช่วงนั้น
Vlogger หลายคนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เจลอง “แหกเซฟโซน”
จากคนที่แทบไม่พูดกับใครในออฟฟิศ
กลายเป็นคนที่เริ่มหัดพูดหน้ากล้อง เริ่มลงมือถ่าย เริ่มตัดคลิป
และเริ่มต้นช่อง Here’s Jae เพื่อเล่าเรื่องในแบบที่เป็นตัวเองโดยไม่ต้องพยายามเป็นใคร
จากไดอารี่ส่วนตัว สู่พื้นที่แบ่งปันความรู้ให้คนหมื่นคน
ตอนแรกช่องนี้คือ VLOG ไดอารี่
ตั้งใจเก็บเป็นความทรงจำไว้ดูเองในอนาคต
แต่พอทำไปเรื่อย ๆ
คลิปที่ตั้งใจ “ส่งให้เพื่อนดูแทนการอธิบายซ้ำหลายครั้ง”
ค่อย ๆ กลายเป็นคลิปที่คนจำนวนมากเข้ามาเสิร์ชหา
จากคนที่เล่าเรื่องของตัวเอง กลายเป็นคนที่แบ่งปันสิ่งที่รัก
ตั้งแต่เทคนิคถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ องค์ประกอบภาพ การตัดต่อ
ไปจนถึง เทคนิคการใช้ Hook เปิดคลิป แบบง่าย ๆ ที่ใครก็ทำตามได้
แก่นของช่องยังเหมือนเดิม คือ เล่าเรื่องอย่างที่ใจอยากเล่า
แต่รูปแบบก็ถูกอัปเดตเพื่อให้ทันต่อโลกที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน
วันที่รู้ว่า “คอนเทนต์บนหน้าจอ” เริ่มเป็นส่วนหนึ่งของใครบางคนจริง ๆ
โมเมนต์ที่ทำให้รู้ว่าช่องเริ่มเป็นที่รู้จัก
ไม่ใช่ตอนยอดวิวพุ่ง
แต่เป็นตอนที่มีคนเดินเข้ามาทักในงานว่า
“คลิปพี่ช่วยให้ผมเข้าใจวิธีถ่ายคลิปมากขึ้นเลยครับ ขอบคุณนะครับ”
บางคนขอถ่ายรูปด้วย
บางคนบอกว่าเพราะคลิปของเจ ทำให้เขากล้าซื้อกล้องตัวแรก
บางคนบอกว่าทำให้กล้าลองถ่ายวิดีโอเองจริงจังเป็นครั้งแรก
“ตอนนั้นมันไม่ใช่คอนเทนต์ในหน้าจอแล้ว มันกลายเป็นสิ่งที่มีผลจริง ๆ ต่อชีวิตคนดู”

อยู่รอดในวงการนี้ ต้องรักในสิ่งที่ทำ + เปิดใจเรียนรู้เสมอ
วงการครีเอเตอร์หมุนเร็ว
อัลกอริทึมเปลี่ยน แพลตฟอร์มเปลี่ยน เทรนด์ใหม่เกิดทุกเดือน
สิ่งที่เจเรียนรู้คือ
- อย่าเปลี่ยนแก่นของตัวเอง แต่ต้องพร้อมจะปรับตัว
- อย่ากลัวช่วงแผ่ว ทุกคนมียอดวิวตก หมดไฟ หรือโดนมองข้าม
- ถามตัวเองเสมอว่าเรายังรักสิ่งนี้อยู่ไหม
- ถ้ารัก ก็ทำต่อ เดี๋ยวไฟจะกลับมาเอง
สุดท้ายคนที่ไปได้ไกล
คือคนที่ทั้งรักในสิ่งที่ตัวเองทำ
และไม่ปิดกั้นตัวเองจากการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
การเป็นครีเอเตอร์ทำให้ชีวิตเปลี่ยนจริง ๆ
จากคนที่เริ่มต้นด้วยกล้องตัวเดียว
จนวันที่ได้ร่วมงานกับแบรนด์ที่เคยเป็นแรงบันดาลใจของตัวเอง
ได้เดินทางไปประเทศที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ไป
ได้เจอคนเก่งในวงการ
และได้รู้ว่าคลิปเล็ก ๆ ของตัวเอง
มีพลังเปลี่ยนอะไรบางอย่างในตัวคนดูได้จริง ๆ
“บางคนบอกว่าคลิปของเราทำให้เขากล้าเริ่มทำอะไรสักอย่าง
ตอนนั้นรู้เลยว่าสิ่งที่เราทำมันมีคุณค่า มันไม่ใช่แค่งานอีกต่อไป”
ช่องของเจให้คนดูมากกว่าความรู้เรื่องกล้อง แต่ให้ “ประสบการณ์ร่วม”
เอกลักษณ์ของ Here’s Jae คือภาพที่สวย เพลงที่เลือกดี และซาวด์ที่ประณีตทุกดีเทล
แต่เหนือกว่านั้นคือ ฟีลลิ่งที่ตั้งใจสื่อ
หลายคนบอกว่าเปิดดูแล้วเหมือนได้ไปเที่ยวด้วยจริง ๆ
หรือได้เห็นสถานที่เดิมในมุมใหม่ผ่านสายตาของเจ
ดูได้ทั้ง How-to
และความรู้สึกที่ลึกกว่านั้น คือ ความเป็นเพื่อนร่วมทางของคนชอบเล่าเรื่องผ่านภาพ
อย่างคลิป The Making of Harry Potter Tokyo
หลายคนบอกว่าได้ทั้งความสนุก ได้ประสบการณ์ และได้แรงบันดาลใจไปพร้อมกันในคลิปเดียว
ความรู้สึกเมื่อได้รับรางวัล
สำหรับ 3rd Winner รางวัล Best How-To Creative Content Influencer Award
บนเวที Thailand Influencer Awards 2025 by Tellscore
“แค่ได้เข้าชิงก็ดีใจมากแล้ว” เจบอกแบบไม่ต้องคิด
“อยากให้มันเป็นสัญญาณกับครีเอเตอร์รุ่นใหม่ว่า..แค่ทำด้วยความตั้งใจและจริงใจกับสิ่งที่ตัวเองทำ มันก็พาเราไปได้ไกลกว่าที่คิด”
สำหรับเขา รางวัลไม่ใช่จุดสูงสุด
แต่เป็น “เครื่องยืนยันว่า ความตั้งใจจริงยังมีคนเห็นเสมอ”
ถ้าโลกนี้ไม่มีครีเอเตอร์…
เจคิดว่าโลกคงหาทางลัดในการเรียนรู้ได้ยากขึ้นนิดหน่อย
เพราะครีเอเตอร์คือคนที่หยิบเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน
มาเล่าให้เห็นคุณค่าอีกครั้ง ผ่านเทคนิคง่าย ๆ การรีวิวตรงไปตรงมา
หรือการเตือนสิ่งที่ควรระวังแบบที่คนทั่วไปอาจมองข้าม
พร้อมย้ำว่า เราอาจไม่ได้เปลี่ยนโลกในทันที
แต่เราช่วยให้ผู้คนเข้าใจกันมากขึ้น เห็นมุมใหม่ ๆ มากขึ้น
และบางครั้ง แค่คลิปเล็ก ๆ หนึ่งคลิป
ก็ปลุกแรงบันดาลใจให้ใครสักคนลุกขึ้นทำในสิ่งที่เขารักได้จริง ๆ
จากวันนี้เจอยากพัฒนาให้เล่าได้หลายแบบขึ้น
ทั้งแนวแรงบันดาลใจ และ How-to ที่เอาไปใช้ได้จริงในทุกวัน
ทุกคลิปคือโอกาสเล็ก ๆ
ที่จะได้ปล่อยพลังบางอย่างออกไป
และหวังว่ามันจะไปตกที่ใครสักคน
พอให้เขา “กล้าหยิบกล้องขึ้นมาเริ่มเหมือนกัน”


