มีครีเอเตอร์มากมายที่ทำให้เราหัวเราะ
หลายคนทำให้เราได้สูตรอาหารใหม่
บางคนพาเราไปเห็นโลกสวยงามนอกหน้าต่าง
แต่มีไม่กี่คน…ที่ทำให้เราตั้งคำถามกับสิ่งที่เคย “ยอมรับไปเฉย ๆ”
และเปลี่ยนความไม่ชอบธรรมเล็ก ๆ ในสังคมให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่คนทั้งประเทศต้องรับรู้
หนึ่งในนั้นคือคุณดำ ทรงศักดิ์ ปัญญาธรักษ์ เจ้าของช่อง DOM (ดม)
คอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ไม่เพียงเป็น “ผู้เล่าเรื่อง”
แต่ยังเป็น “ผู้เตือนภัย” “ผู้ตั้งคำถาม” และ “ผู้ยืนหยัด” ในพื้นที่ที่หลายคนไม่กล้ายืน
และนี่คือเส้นทางของชายคนหนึ่ง
ที่เริ่มต้นจากตำแหน่งประธานนักเรียน ม.4
ไปสู่ครีเอเตอร์ที่สังคมไทยฝากความหวังไว้ในการสร้างภูมิคุ้มกันรุ่นใหม่

จุดเริ่มต้นที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความเชื่อ
หลายคนเริ่มต้นช่องเพราะอยากโด่งดัง
แต่ DOM เริ่มต้นเพราะอยาก “แก้ความไม่เป็นธรรม”
ย้อนกลับไปตอน ม.4
เขาเป็นประธานนักเรียนที่ต้องยืนกลางระหว่างคำสั่งของครู กับความเป็นจริงของนักเรียนทั้งโรงเรียน
เขาเห็นการยึดโทรศัพท์โดยไร้เหตุผล
เห็นเด็กถูกดุเพราะความแตกต่าง
เห็นการใช้อำนาจที่ไม่สะท้อนเจตนาของการเป็นครู
“ตอนนั้นผมรู้สึกว่า…ทำไมสังคมถึงคาดหวังให้นักเรียนเป็นแบบเดียวกันหมด
ทั้งที่การเป็นตัวเองมันไม่ผิดอะไรเลย”
ความไม่ยุติธรรมเล็ก ๆ เหล่านั้น
กลายเป็นชนวนที่จุดไฟความคิดในใจของเขา
ทำให้เริ่มตั้งคำถามกับระบบ กับผู้มีอำนาจ กับความจริงที่คนส่วนใหญ่เลือกจะเงียบ
แม้ท้ายที่สุด เขาจะถูกกดดันจากการเมืองในโรงเรียน
แต่ประสบการณ์นั้นกลับกลายเป็น “ต้นกล้า” สำคัญที่ฝังอยู่ในใจ
ในเวลาที่คนหนุ่มวัยเดียวกันกำลังตามหาความฝัน
คุณดำ กลับตั้งคำถามว่า
“เราจะช่วยให้สังคมนี้ดีขึ้นได้ยังไง?”
คำตอบของเขาคือ Youtube
แพลตฟอร์มเดียวในตอนนั้นที่คนธรรมดาสามารถส่งเสียงได้ไกลอย่างแท้จริง
การเติบโตของช่อง DOM
ตอนแรกคุณดำ ทำคลิปทดสอบสังคม
ปลอมเป็นคนจนเพื่อวัดน้ำใจ ทดสอบการเพิกเฉย บันทึกการบุลลี่
คอนเทนต์ในตอนนั้นตั้งใจอยาก “สะกิด” คนดูให้ฉุกคิด
ว่าจะมองเห็นกันมากขึ้น ฟังกันมากขึ้น และเห็นใจกันมากขึ้น
คติประจำช่องตั้งแต่วันแรกคือ
“ถ้าสังคมดีขึ้นวันละ 1 องศา…ก็ถือว่าชนะแล้ว”
จากนั้น COVID เปลี่ยนโลก และเปลี่ยนช่อง DOM อย่างสิ้นเชิง
มิจฉาชีพโตเร็วกว่าไวรัส คนถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
และทุกวันเต็มไปด้วยรูปแบบการโกงใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นไม่หยุด
คุณดำ ไม่อาจนิ่งเฉย
จุดเริ่มต้นของรายการ “โกงมั้ยครับ” จึงถือกำเนิดขึ้น
ทั้งหมดเริ่มจากเหตุการณ์ง่าย ๆ แต่โดนใจสุด ๆ
“เขาถูกโกง AirPods”
เขาหัวเราะเมื่อเล่าเรื่องนี้ แต่ตามด้วยเสียงจริงจังว่า
“เรารู้สึกว่า ถ้าเราโดนโกง ก็ไม่อยากให้คนอื่นโดนโกงแบบเรา”
จากนั้น DOM ก็พาคนไทยเข้าสู่โลกเบื้องหลังของมิจฉาชีพ
ถอดกลโกง บุกพื้นที่จริง เจอร้านที่หลอกคน
อธิบายจุดเสี่ยงที่มักถูกมองข้าม
จนกลายเป็นรายการที่คนไทยดูเพื่อ “ป้องกันตัวเอง”
ไม่ใช่แค่รายการ
แต่มันคือ “วัคซีนทางสังคม” ในรูปแบบคอนเทนต์
คลิปที่เปลี่ยนชีวิต
ปี 2018 คุณดำ ทำคลิปที่พิสูจน์สังคมไทยอย่างตรง ๆ
คลิปเหยียบรถที่จอดทับทางม้าลาย
เป็นแค่คลิปที่สองที่เขาลง แต่ยอดวิวพุ่งเป็นล้านในเวลาไม่นาน
ไม่ใช่เพราะความแรง..แต่เพราะมันคือความจริงที่คนเห็นทุกวัน
และไม่ค่อยมีใครกล้าพูดออกมาดัง ๆ
เขาดึงแรงบันดาลใจจากต่างประเทศ
แต่ปรับให้เข้ากับสังคมไทย
และที่สำคัญคือ “นำเสนอเร็วกว่าใคร”
ต้นกำเนิด Trust Point ของช่องก็เกิดจากตรงนี้
DOM จึงไม่ใช่ครีเอเตอร์ที่เล่าเรื่อง
แต่เป็นครีเอเตอร์ที่ “ตั้งคำถาม” ให้กับคนทั้งสังคม
ถ้าลืมคนดู…ช่องจะไม่น่าเชื่อถือในทันที
เขาเล่าอย่างซื่อ ๆ ว่า
มีช่วงหนึ่งที่ช่องเติบโตเร็วมากจนเริ่มหลุดโฟกัส
รับงานสปอนเซอร์เยอะเกินไป ทำคลิปที่ไม่ได้เป็น “ตัวเอง”
จนวันหนึ่งเขาตั้งคำถามว่า
“คนดูได้อะไรจากคลิปนี้?”
คำตอบคือ…ไม่มากเท่าที่ควร วันนั้นเขาพูดกับตัวเองและทีมว่า
“เราเป็นครีเอเตอร์ เราต้องทำเพื่อคนดู”ประโยคนี้กลายเป็นมงกุฎที่เขาสวมไว้ทุกวัน
และเป็นเหตุผลที่ทำให้ DOM ยืนอยู่ได้อย่างมั่นคงในวงการนี้
ครีเอเตอร์เพื่อสังคม
หลายคนอยากเป็นครีเอเตอร์เพราะอยากมีอิสระ
แต่สำหรับ DOM มันคือความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่
“เรามีพาวเวอร์ในการเปลี่ยนสังคม
แต่ยิ่งพาวเวอร์มาก…ภาระก็ยิ่งใหญ่ขึ้นตาม”
ขาบอกว่าการทำคอนเทนต์เพื่อสังคมไม่ใช่แค่ทำให้คนเข้าใจ
แต่ต้องตรวจสอบข้อมูล
ต้องลงพื้นที่ ต้องอธิบายอย่างรอบด้าน ต้องกล้าชนความเห็นที่ไม่ตรงกัน
และต้องใช้จริยธรรมเป็นหลักในการเล่าทุกเรื่อง
เพราะสำหรับ DOM
ความเชื่อใจของคนดูคือ “ทุนที่มีค่าที่สุด”
สิ่งที่ DOM มอบให้คนดู
คำตอบของเขาสั้นที่สุดในบรรดาทุกคำถาม
แต่หนักแน่นที่สุด
“ความรู้ และโอกาสในการไม่ถูกหลอก”
ไม่ว่าคลิปไหน ไม่ว่าเรื่องไหน แก่นของช่องคือสิ่งเดียวกัน คือ ทำให้คนดูปลอดภัยขึ้นกว่าเมื่อวาน

วันที่ DOM เดินขึ้นเวที Thailand Influencer Awards 2025 by Tellscore
DOM บอกว่า จริงๆเขาไม่ใช่คนให้ความสำคัญกับรางวัลมากนัก
เพราะความสำเร็จของเขาวัดจากผลลัพธ์ที่ผู้ชมได้รับจริง
แต่วันที่เขาเดินขึ้นเวทีเพื่อรับรางวัล The Winner สาขา Best Social Impact Influencer Award
เขาได้เห็นคนลุกขึ้นปรบมือ ได้เห็นทีมงานยิ้มทั้งน้ำตา
ได้ยินชื่อ “DOM” ถูกประกาศบนเวทีระดับประเทศ
เขาพูดว่า
“มันทำให้เรากลับไปคิดว่า…เราต้องพัฒนาตัวเองให้คู่ควรกับรางวัลนี้จริง ๆ”
สิ่งที่เขาได้รับในวันนี้ ไม่ใช่เพียงรางวัลการันตี แต่เป็น “เครื่องเตือนใจ”
ว่าเขาต้องไม่ทำให้มาตรฐานของตัวเองต่ำลงแม้สักครั้งเดียว
DOM ในปี 2026
หลายคลิปของ DOM จะยังคงเป็น “รายการโกงมั้ยครับ”
แต่โฟกัสสำคัญของปีหน้าคือการพาคนดูหลุดออกจาก Social Bubble
เขาเล่าว่า ทุกวันนี้คนมักตัดสินเร็ว เชียร์เร็ว ด่าเร็ว
และมักเห็นเพียงมุมเดียวของเรื่อง
DOM อยากทำคอนเทนต์ที่ “คลี่กระดาษหนึ่งแผ่น”
ให้เห็นทั้งหน้า หน้าแรก หลัง มุมล่าง มุมบน
เพราะความจริงของโลกไม่เคยมีมุมเดียว
และสังคมที่แข็งแรง…ต้องมองให้ครบทุกด้าน
อยากเริ่มเป็นครีเอเตอร์ใน 2026…ยังทันไหม?
DOM ตอบทันทีโดยไม่ต้องคิดเลยว่า
“ทัน…แต่ต้องรู้ก่อนว่าทำไปเพื่ออะไร”
เขาบอกว่า ตอนนี้เป็นช่วง FOMO (Fear of Missing Out) ของวงการครีเอเตอร์
คนเห็นว่าอาชีพนี้สนุก ได้เงิน โด่งดังเร็ว
แต่ประเด็นสำคัญกว่าคือ..ความตั้งใจจริง
ถ้าเริ่มเพราะอยากดัง จะหมดไฟเร็ว
แต่ถ้าเริ่มเพราะอยากสร้างคุณค่า
มันจะพาไปได้ไกลและยั่งยืนกว่าเยอะ
“สำรวจตัวเองให้เจอแก่น และยึดมันไว้แน่น ๆ
จากนั้นลุยให้เต็มที่ คุณจะหาพื้นที่ของตัวเองเจอแน่นอน”


