สาวอีสานที่ทำให้รสชาติบ้านนา กลายเป็นภาษาที่คนทั้งประเทศเข้าใจบทสนทนากับ เบลล่า วิถีไทย

บางครั้ง แค่เสียงสำเนียงที่คุ้นหู
หรือภาพของผ้าถุงกับสำรับอาหารบ้าน ๆ
ก็เพียงพอจะพาใครสักคน “กลับบ้าน” ได้โดยไม่ต้องซื้อตั๋ว

ระหว่างที่ 9Conversations นั่งคุยกับ เบลล่า เจ้าของช่อง เบลล่า วิถีไทย
เรารับรู้ได้ทันทีว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เล่าเรื่องอีสานเพื่อโชว์ความเป็นท้องถิ่น
แต่เล่าเพราะเธอรักมัน…และอยากให้คนอื่นรู้สึกถึงความรักนั้นเหมือนกัน

เบลล่าย้อนเล่าถึงช่วงเวลาที่โลกหยุดหมุนจากโควิด
ตอนนั้นเธอทำงานอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ก่อนสถานการณ์จะบังคับให้ทุกอย่างต้องหยุดลง
งานต้องพัก ชีวิตต้องชะลอ และเธอได้กลับบ้านเกิดอีกครั้ง
ไม่ใช่แค่กลับภาคอีสาน แต่กลับไปอยู่กับจังหวะชีวิตที่คุ้นเคยของตัวเอง
ที่จังหวัดอุดรธานี บ้านที่มีครอบครัว มีครัวไฟ มีเวลาว่าง และมี TikTok
พื้นที่เล็ก ๆ ที่ทำให้เธอเริ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิป โดยไม่ได้คิดไกลกว่านั้นเลย

คำตอบของเบลล่าง่ายๆและตรงไปตรงมา คือ
เธอแค่เป็นคนชอบผ้าไทย ชอบแต่งตัวชุดไทย
เลยอยากใส่ชุดสวย ๆ เดินถ่ายคลิปในแบบที่ตัวเองชอบ
ช่วงแรกคนดูยังไม่มากนัก เบลล่าจึงลองขยับ ลองปรับ
จนมาถึงการทำคอนเทนต์อาหาร
แต่แทนที่จะทิ้งสิ่งที่รัก เธอกลับเลือก “พาไปด้วยกัน”
ผ้าไทย ผ้าถุง ชุดพื้นบ้าน ถูกพามาอยู่ในครัว พร้อมเมนูที่หลายคนคุ้นเคยตั้งแต่วัยเด็ก
ลาบ ก้อย แจ่วบอง ข้าวจี่ อาหารบ้าน ๆ ที่ไม่ต้องอธิบายมาก
เพราะรสชาติของมันทำหน้าที่เล่าเรื่องแทนอยู่แล้ว

เบลล่ายอมรับว่าเปลี่ยน…แต่ไม่เคยเปลี่ยนตัวตน
เธอเรียนรู้ที่จะปรับคอนเทนต์ให้ทันกับปัจจุบัน
ลองทำเมนูตามกระแส ลองหยิบไวรัลมาเล่าในแบบของตัวเอง
แต่ไม่ว่าเมนูจะเปลี่ยนไปแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่ยังอยู่คือ ผ้าถุง ชุดไทย และสำเนียงอีสาน
การทำอาหารแบบบ้าน ๆ กินแซ่บ ๆ
และความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในครัวกับใครสักคนในครอบครัว

ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว ไม่ใช่ฉากอลังการ
แต่คือเมนูพื้นบ้านที่ชื่อว่า “ข้าวจี่ตาแดง”
คลิปนั้นพาเบลล่าไปถึงหลักล้านวิวภายใน 24 ชั่วโมง
ผู้ติดตามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
และทำให้เธอรู้ว่า เรื่องราวเล็ก ๆ จากครัวบ้านนา
มีพลังมากพอจะเดินทางไปถึงคนทั้งประเทศ

เบลล่าพูดถึงความสม่ำเสมออย่างไม่ลังเล
การคิดเมนูใหม่ให้น่าสนใจ การลงคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง
และการเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตามจังหวะของโลก
ไม่ใช่เพื่อแข่งกับใคร แต่เพื่อไม่ให้ตัวเองหยุดอยู่กับที่

โอกาสแรกคือการได้สร้างอาชีพและรายได้
แต่โอกาสที่มีค่ามากกว่านั้น
คือการได้กลับมาอยู่บ้านเกิด ได้อยู่กับครอบครัวที่รัก
ในขณะที่ยังสามารถทำงานและเลี้ยงตัวเองได้
สำหรับเบลล่า นี่คือความสำเร็จที่เรียบง่าย แต่ลึกซึ้ง

เบลล่าบอกว่า หลายคอมเมนต์ที่เธออ่าน
ไม่ได้พูดถึงสูตรอาหาร แต่พูดถึง “ความคิดถึง”
คิดถึงบ้าน คิดถึงแม่ คิดถึงย่า คิดถึงวัยเด็ก
บางคนบอกว่าแค่เปิดคลิป ก็เหมือนได้กลับบ้านแล้ว
หรือการได้ส่งต่อบรรยากาศอบอุ่น วิถีชีวิตเรียบง่าย  และความเป็นอีสานที่ไม่ต้องปรุงแต่ง
และนั่นคือสิ่งที่เบลล่าภูมิใจที่สุด

เบลล่ายิ้มกว้างเมื่อพูดถึงรางวัลนี้
มันคือการเห็นความพยายามของตัวเองถูกมองเห็น
คือการยืนยันว่า สิ่งที่ทำด้วยความตั้งใจ
สามารถเดินทางไปถึงหัวใจของคนอื่นได้จริง
เธอขอบคุณเวทีนี้ ที่ทำให้ “เบลล่า วิถีไทย”
กลายเป็นส่วนหนึ่งของความภาคภูมิใจในชีวิต 

เบลล่าอยากพาคนดูไปเจอเมนูใหม่ ๆ
โลเคชันใหม่ ๆ แต่ยังคงกลิ่นอายเดิมของบ้าน ของครัว และของวิถีชีวิตที่เธอรัก

คำตอบของเธอชัดเจนและอบอุ่น “ยังทันค่ะ”
ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศไหน วัยไหน
ขอแค่มีความตั้งใจ รู้จักตัวเอง
และกล้าที่จะลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ
เพราะอินฟลูเอนเซอร์ที่ยั่งยืน ไม่ใช่คนที่ดังเร็วที่สุด
แต่คือคนที่เชื่อในตัวเองมากพอจะไม่หยุดเดิน

และนี่คือเรื่องราวของ เบลล่า วิถีไทย
ผู้หญิงที่ใช้ผ้าไทย สำเนียงบ้านเกิด และอาหารพื้นบ้าน
พาวัฒนธรรมอีสานเดินทางไปไกลกว่าที่เคยคิดไว้
โดยไม่ต้องทิ้งความเป็นตัวเองไว้ข้างหลังเลย