การเดินทางที่เริ่มจากความเงียบ บทสนทนากับช่อง “AvArest”

เสียงลมหายใจของโลกในวันที่หยุดนิ่ง ทำให้ใครหลายคนได้ยินเสียงของตัวเองชัดขึ้น
สำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง เสียงนั้นดังมาจากความเงียบของการเดินทางคนเดียวที่เธอทำมานานกว่าสิบปี
โดยไม่เคยคิดเลยว่า เรื่องราวเหล่านั้นจะกลายเป็น “พื้นที่สาธารณะ” ของใครอีกหลายคนในวันหนึ่ง

ระหว่างที่ 9Conversations นั่งคุยกับ เอวา เจ้าของช่อง เอวาเรสต์ เรารับรู้ได้ตั้งแต่ประโยคแรกว่า..ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เดินทางเพื่อหนีอะไร แต่เดินทางเพื่อเข้าใจตัวเองมากขึ้นทุกครั้ง

เอวาเล่าย้อนกลับไปถึงช่วงโควิดระบาด วันที่เธอเพิ่งกลับจากจอร์เจียและต้องกักตัวอยู่บ้านสิบวันเต็ม ก่อนหน้านั้น เอวาใช้ชีวิตเป็นพิธีกรมากว่าสิบปี ทำงานหน้ากล้อง เก็บเงิน แล้วออกเดินทางคนเดียวทุกครั้งที่มีโอกาส

การเที่ยวคนเดียวสำหรับเธอไม่ใช่เรื่องท้าทาย แต่เป็นพื้นที่ปลอดภัย เป็นความสงบที่ได้อยู่กับตัวเองโดยไม่ต้องอธิบายอะไรกับใคร

เอวาเล่าย้อนกลับไปถึงช่วงโควิดระบาด วันที่เธอเพิ่งกลับจากจอร์เจียและต้องกักตัวอยู่บ้านสิบวันเต็ม ก่อนหน้านั้น เอวาใช้ชีวิตเป็นพิธีกรมากว่าสิบปี ทำงานหน้ากล้อง เก็บเงิน แล้วออกเดินทางคนเดียวทุกครั้งที่มีโอกาส

การเที่ยวคนเดียวสำหรับเธอไม่ใช่เรื่องท้าทาย แต่เป็นพื้นที่ปลอดภัย เป็นความสงบที่ได้อยู่กับตัวเองโดยไม่ต้องอธิบายอะไรกับใคร

ตลอดสิบกว่าปี เอวาไม่เคยคิดจะเล่าเรื่องการเดินทางของตัวเองให้ใครฟัง
มันเป็นความสุขส่วนตัว เป็นโลกใบเล็กที่ไม่จำเป็นต้องแชร์
จนกระทั่งวันที่เธอนั่งไถ TikTok ระหว่างกักตัวเพราะกลับมาจากประเทศจอร์เจีย 
เห็นคลิปสั้น ๆ ผ่านตา และลองถ่ายเล่นดูแบบไม่คิดอะไร

ตอนนั้นยังไม่มีคำว่า “อาชีพ” ไม่มีคำว่า “เป้าหมาย”
มีแค่ความสนุก และการฆ่าเวลาวันต่อวัน
แต่เมื่อยอดผู้ติดตามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เอวากลับเริ่มถามตัวเองคำถามใหม่
ถ้าพื้นที่เล็ก ๆ นี้ มีคนฟังมากขนาดนี้ มันจะทำอะไรที่ “มีคุณค่า” มากกว่าความสนุกได้ไหม

คำตอบคือ… “ไม่ได้คิดเลย”
ช่วงแรก เอวาไม่ได้ตั้งใจเล่าอะไรเป็นพิเศษ
เธอแค่เล่น แค่ตลก แค่ปล่อยใจให้เบาในวันที่โลกตึงเครียด
แต่สิ่งหนึ่งที่เธอสังเกตเห็นคือ ผู้ติดตามจำนวนมากเป็น “เยาวชน”
เด็กและวัยรุ่นที่เข้ามาดูซ้ำ ๆ ตรงนั้นเองที่เอวารู้สึกว่า นี่ไม่ใช่แค่พื้นที่เล่นอีกต่อไป

เธอเล่าว่า เธอเปรียบเยาวชนเหมือน “เมล็ดพันธุ์”
ถ้าเราใส่ปุ๋ยที่ดีเขาก็จะเติบโตมาเป็นเยาวชนที่มีคุณภาพ
จากจุดนั้น คอนเทนต์ของเอวาจึงค่อย ๆ เปลี่ยนทิศ
จากความสนุกล้วน ๆ ไปสู่การเล่าเรื่องการเดินทางเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และ Unseen ที่คนไม่ค่อยพูดถึง

ข้อได้เปรียบของเธอชัดเจนมาก คือประสบการณ์การเดินทางคนเดียวมากว่าสิบปี
และทักษะการเล่าเรื่องแบบพิธีกร ทั้งหมดถูกร้อยเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพยายามเป็นใครอื่นเลย

หลายคนอาจจะคาดไม่ถึง เเพราะไม่ใช่ประเทศไกล ไม่ใช่สถานที่ลึกลับ แต่คือ “เขียด” ในสระว่ายน้ำ

ช่วงโควิดที่สถานการณ์ตึงเครียด เอวากลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัด สระว่ายน้ำที่ไม่ได้ใช้งานเต็มไปด้วย “เขียด” ความเหนื่อยล้าจากการทำความสะอาด ทำให้เธอเลือกวิธีปลดปล่อยแบบง่าย ๆ
หยิบกล้องขึ้นมา “เล่นกับเขียด”

คลิปนั้นกลายเป็นไวรัลอย่างไม่คาดคิด
ในวันที่ผู้คนอัดอั้น คลิปที่ดูแล้วสบายใจ กลับกลายเป็นที่พักใจของใครหลายคน
ถึงขั้นมีแฟนคลับตัวน้อยขอให้พ่อแม่ขับรถมาหาที่บ้านทุกวัน

จากคลิปเล่น ๆ เอวาเริ่มเข้าใจพลังของ “ความจริงใจ”

เอวายิ้มก่อนตอบว่า สิ่งที่เธอทำ อาจตรงข้ามกับสูตรสำเร็จของวงการทั้งหมด
เธอไม่พยายามนิยามตัวเองว่าเป็น Creator
ถ้ามีคนถามว่าอาชีพอะไร คำตอบคือ “อาชีพอิสระตามใจตัวเองค่ะ”

ช่วงแรกแรงเสียดทานหนักถึงขั้นเกือบปิดช่อง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เอวาค่อย ๆ เข้าใจว่า..
คุณค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่ง หรืออาชีพ
แต่อยู่ที่การยืนอยู่กับตัวเองให้ได้
และประสบความสำเร็จในแบบที่ไม่ต้องไปเหมือนใคร

การไม่ติดป้ายชื่อให้ตัวเอง กลับทำให้เธอมีอิสระมากพอจะอยู่ในวงการนี้

โอกาสแรก คือการได้ทำในสิ่งที่ “อยากทำจริง ๆ”
แม้จะเป็นพิธีกรมากว่าสิบปี ออกทีวีแทบทุกช่อง
เอวากลับไม่เคยรู้สึกมีความสุขแท้จริง เพราะมีกำแพงของสคริปต์คั่นอยู่เสมอ

แต่วันนี้ เธอเป็นทุกอย่างในช่องของตัวเอง
เจ้าของช่อง นักวางแผน โปรดิวเซอร์ คนตัดต่อ ไปจนถึงคนเล่าเรื่องที่ไม่มีใครเขียนบทให้

มันคืออาชีพเดียวที่เปิดโอกาสให้เธอได้เป็น “ตัวเอง” 

เอวาไม่เคยตั้งโจทย์ว่า “ต้อง” ให้อะไรกับใคร
เพราะความคาดหวังคือแรงกดดันที่ทำให้สูญเสียอิสระ

แต่เธอเลือกเติมพลังให้ตัวเองก่อน เพราะเชื่อว่า ถ้าเรามีพลังงานที่ดี
สิ่งดี ๆ จะถูกส่งต่อออกไปเอง จนคนได้รับสัมผัสได้

แค่คนดูดูแล้วมีความสุข ได้แรงบันดาลใจ หรือหยิบความรู้เล็ก ๆ ไปใช้กับชีวิต
สำหรับเอวา แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว

เอวายอมรับตรง ๆ ว่าไม่เคยคาดหวังรางวัล
เธอเชื่อว่าคุณค่าของคนอยู่ที่ผลของงานที่ส่งออกไป

แต่การได้รับรางวัลในสาขา Best Travel Influencer Award
คือเครื่องยืนยันว่า การทำงานโดยยึด “คุณค่า” และ “ตัวตน” เป็นที่ตั้ง
สามารถสื่อสารไปถึงใจคนดู และคนในวงการเดียวกันได้จริงๆ

ปีหน้าคือปีที่เธออยากเปิดใจให้ตัวเองมากขึ้น
ทั้งการเดินทางไปประเทศที่ไม่เคยคิดจะไป
และการเปิดรับงานที่หลากหลาย เพื่อมีงบกลับมาทำคอนเทนต์ดี ๆ ให้คนดูจากปีที่เน้นเติมความสุขให้ตัวเอง
สู่ปีที่อยากเชื่อมความสุขนั้นกับสิ่งที่คนดูอยากเห็นมากขึ้น
ส่วนจะเป็นอะไร…เอวาขอให้รอติดตาม

เอวาตอบโดยไม่ลังเลว่า “ทันค่ะ ถ้าคุณพร้อม”

ไม่ใช่เรื่องของเวลา ไม่ใช่อุปกรณ์ ไม่ใช่แพลตฟอร์ม แต่คือ “ใจ” ของเราเอง
และผ่านด่านที่ยากที่สุดของอาชีพนี้ให้ได้

คุณเอวาย้ำว่า ถ้าคนอินโทรเวิร์ดที่ชอบเดินคนเดียวบนหิมะเป็นสิบกิโล
ยังสามารถยืนอยู่ในพื้นที่ที่ต้องเจอผู้คนมากมายได้..  เธอเชื่อว่าคุณก็สามารถมาทำอาชีพนี้ได้ 

เพราะกำแพงที่แท้จริง ไม่ใช่โลกภายนอก
แต่คือกรอบความคิดของเราเอง

และนั่นคือเรื่องราวของ “เอวาเรสต์”
การเดินทางของคนที่เริ่มจากความเงียบ
แต่กลับพาเสียงแรงบันดาลใจเดินทางไปไกลกว่าที่คิด