Bangkok Active Festival เทศกาลชวนคนเมืองทลายข้อจำกัด แลกเปลี่ยนภาพฝัน “กรุงเทพฯ มาไกล ยังไปได้อีก”

ลองจินตนาการถึงกรุงเทพมหานครที่ดีกว่าเดิม เมืองที่มีพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณะกระจายอยู่ใกล้ตัว มีลานกีฬาและแหล่งเรียนรู้สร้างสรรค์ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กๆ มีระบบขนส่งมวลชนที่ครอบคลุมในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ รวมถึงมีกลไกสนับสนุนเศรษฐกิจย่านให้คนตัวเล็กตัวน้อยมีพื้นที่ทำมาหากิน และมีระบบสวัสดิการที่เกื้อกูลกลุ่มคนเปราะบางอย่างทั่วถึง

จริงอยู่ที่กรุงเทพฯ ในปัจจุบันพัฒนามาไกลจากในอดีตมาก แต่คำถามคือ เมืองแห่งนี้ยังไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ได้อีกหรือไม่?

จากความเชื่อที่ว่าเมืองหลวงแห่งนี้ยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ ศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ ThaiPBS ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่าย จึงได้จับมือจัดงาน Bangkok Active Festival ขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 มิถุนายน 2569 ณ สวนลุมพินี เทศกาลนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการมีส่วนร่วม และจุดประกายความหวังในการพัฒนาเมืองหลวงร่วมกัน ผ่าน 3 โซนกิจกรรมหลักที่จะพาทุกคนไปสำรวจอนาคตของเมือง

พื้นที่สาธารณะสำหรับการเปิดอกรับฟังและแลกเปลี่ยนมุมมอง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น

  • Vision in the Park: วงเสวนาล้อมวงเพื่อแบ่งปันประสบการณ์และไอเดียสดใหม่ในการพัฒนาเมือง
  • Bangkok Open Mic: กิจกรรมไฮไลต์ที่เปิดโอกาสให้ศิลปิน นักพูด นักกิจกรรม และประชาชนทั่วไปมายึดไมค์ส่งเสียงสะท้อนเกี่ยวกับกรุงเทพฯ ในฝัน เพราะความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเริ่มต้นจากการรับฟัง (เปิดลงทะเบียนเข้าร่วมส่งเสียงตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 มิถุนายน)

ย่อยข้อมูลเมืองหลวงที่ดูเข้าใจยาก ให้กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถสัมผัส เรียนรู้ และสนุกไปด้วยกันได้ บนพื้นฐานของข้อมูลจริง (DATA)

  • Policy Market: “ตลาดนัดนโยบาย” พื้นที่กลางที่เปิดให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมแลกเปลี่ยนและเติมเต็มข้อเสนอนโยบายเพื่อพัฒนากรุงเทพฯ จากไอเดียของกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเมือง
  • Bangkok Timeline 50 ปี ผู้ว่าฯ กทม. กับการพัฒนากรุงเทพฯ: นิทรรศการย้อนประวัติศาสตร์เชิงข้อมูลในรอบครึ่งศตวรรษ เจาะลึกผลงานเด่นและแนวทางการพัฒนาเมืองผ่านบทบาทของผู้ว่าฯ กทม. คนสำคัญ 9 คน
  • Interactive Data 4 ปี ส.ก. ทำอะไรในสภา กทม. บ้าง?: บูธกิจกรรมที่จะชวนทุกคนมาส่องข้อมูลการทำงานตลอดวาระ 4 ปีของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในรูปแบบอินเทอร์แอคทีฟ เพื่อให้เห็นว่าเสียงของประชาชนได้รับการแก้ไขในสภา กทม. มากน้อยเพียงใด

โซนพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางพื้นที่สีเขียว ที่จะพาคนเมืองไปพักผ่อนพร้อมๆ กับการสร้างปฏิสัมพันธ์รูปแบบใหม่

  • ปั่นเป็ดคุยเมือง: กิจกรรมเปิดพื้นที่สนทนาระหว่างคนแปลกหน้าบนเรือเป็ดกลางน้ำ ร่วมแชร์ภาพฝันของเมืองเพื่อรวบรวมและส่งต่อให้กับผู้ว่าฯ กทม. คนต่อไป (จัดวันละ 6 รอบ ทั้งช่วงเช้าและบ่าย)
  • Coffee Truck, Coffee Talk: วงเสวนาสภากาแฟยามเช้า (เวลา 06.30 – 08.00 น.) พักจากวิถีชีวิตอันเร่งรีบมาล้อมวงฟังประสบการณ์และมุมมองชีวิตคนเมือง (จำกัดวันละ 25 คน)
  • Some Lee Book Club: ห้องสมุดเคลื่อนที่ใต้ร่มไม้ใจกลางสวนลุมพินี พื้นที่นั่งอ่านหนังสือรับลมธรรมชาติ ตั้งแต่เวลา 14.00 – 21.00 น.
  • Green Market: ตลาดเชื่อมโยงคนเมืองกับเครือข่ายอาหารปลอดภัย แวะมาชิมและช้อปสินค้าคุณภาพ พร้อมร่วมส่งเสียงเพื่อเมืองไปพร้อมกัน ตั้งแต่เวลา 15.30 – 20.00 น.
  • Bangkok Boardgame: สวมบทบาทเป็นผู้บริหารเมืองผ่านบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์ ท้าทายผู้เล่นในการแก้ปัญหาจริงของกรุงเทพฯ ทั้งเรื่องการจราจร ทางเท้า และพื้นที่สาธารณะ ตั้งแต่เวลา 16.30 – 20.00 น.
  • ลานเล่นอิสระ: พื้นที่ปล่อยพลังและจินตนาการสำหรับเด็กๆ ท่ามกลางสวนสาธารณะ เพื่อสะท้อนความสำคัญของพื้นที่เล่นที่เข้าถึงง่าย ตั้งแต่เวลา 15.30 – 20.00 น.
  • จุดแยกก่อนทิ้ง: พื้นที่ฝึกทักษะการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานนำสกิลนี้กลับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและร่วมขับเคลื่อนเมืองอย่างยั่งยืน

ในงานแถลงข่าวเปิดตัวเทศกาล ณ SCBx NEXT TECH สยามพารากอน เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วนได้ร่วมถอดรหัสอินไซต์สำคัญ และชี้ให้เห็นถึงเหตุผลที่คนเมืองไม่ควรพลาดงานนี้

1. ทลายข้อจำกัดเรื่อง “จินตนาการ” พัฒนาเมืองเกินกว่าที่คิด

ยศพล บุญสม ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม we!park แพลตฟอร์มขับเคลื่อนพื้นที่สีเขียว ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า เมืองหลวงในปัจจุบันไม่ได้ติดขัดที่ข้อจำกัดเรื่องนโยบาย แต่ติดอยู่ที่ “ข้อจำกัดด้านจินตนาการ” แม้กระทั่งกลุ่มผู้บริหาร กทม. เองก็เช่นกัน ดังนั้น หากคนกรุงเทพฯ หลายล้านคนมาร่วมกันจินตนาการ เมืองก็จะสามารถพัฒนาก้าวหน้าไปได้ไกลขึ้น

นอกจากนี้ การเลือกตั้งกรุงเทพฯ ในปี 2569 จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเลือกผู้ว่าฯ หรือ ส.ก. คนใดคนหนึ่ง แต่เป็นโอกาสสำคัญที่ภาคประชาชนจะได้ร่วมพูดคุยเรื่องเมืองอย่างจริงจัง เพื่อสร้างข้อเสนอที่มีน้ำหนักส่งต่อไปยังผู้สมัครรับเลือกตั้งให้นำไปปรับใช้จริง

สอดคล้องกับ ดวงรักษ์ เลิศมั่งมี ผู้อำนวยการและผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิวายไอวาย (why i why Foundation) ที่มองว่า บทบาทของเด็กและเยาวชนต่อการพัฒนาเมืองเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น ผู้ใหญ่เริ่มเปิดรับฟังเสียงผ่านพื้นที่กลางอย่าง “สภาเมืองคนรุ่นใหม่” มากขึ้น มีการชี้แจงข้อจำกัดอย่างตรงไปตรงมาว่าสิ่งใดทำได้หรือไม่ได้ แต่กระบวนการเหล่านี้ยังคงสามารถพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพได้มากกว่าเดิม

ขณะที่ ขจร เจียรนัยพานิชย์ นายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย เผยข้อมูลว่า ปัจจุบันกรุงเทพฯ ถือเป็นเมืองหลวงแห่งการสร้างคอนเทนต์ระดับโลก โดยมีผู้ใช้งาน TikTok ติดอันดับ 1 ใน 5 และผู้ใช้งาน Facebook ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ซึ่งจำนวนผู้ผลิตคอนเทนต์ที่เพิ่มขึ้นสามารถเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองได้ หลายเมืองใหญ่ทั่วโลก เช่น ดูไบ ญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้ ต่างมีนโยบายสนับสนุนและสร้างฮับสำหรับ Content Creator เพื่อช่วยเล่าเรื่องราวเชิงพื้นที่ ซึ่งช่วยกระตุ้นทั้งเศรษฐกิจและศิลปวัฒนธรรม

“กรุงเทพฯ มีของดีอยู่แล้ว และคนไทยชอบทำคอนเทนต์มาก สมัยก่อนการขออนุญาตถ่ายงานในสวนสาธารณะมีความติดขัด ปัจจุบันได้รับการปลดล็อกและดีขึ้นมาก แต่ในแง่การสนับสนุนเมืองหลวงแห่งนี้ยังสามารถไปได้ไกลกว่านี้อีก” ขจร ชวนคิด

2. ใช้ DATA แก้ไขปัญหา มองกรุงเทพฯ ผ่านมิติตัวเลข

นอกเหนือจากเรื่องของจินตนาการ การขับเคลื่อนเมืองที่ตรงจุดจำเป็นต้องพึ่งพาข้อมูลดิบที่เป็นจริง

อรุชิตา อุตมะโภคิน ผู้จัดการกลุ่มงานด้านนวัตกรรมการสื่อสาร ศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ Thai PBS ได้ฉายภาพตัวเลขที่น่าสนใจใน 2 มิติหลัก:

  • พื้นที่สีเขียว: ปัจจุบันกรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียวรวม 44.8 ล้านตารางเมตร เฉลี่ยเป็น 8.27 ตารางเมตรต่อประชากร ซึ่งเกือบแตะเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) แล้ว แต่สิ่งที่ต้องตั้งคำถามต่อคือ ปริมาณพื้นที่เหล่านั้นสามารถใช้ประโยชน์ได้จริงมากน้อยแค่ไหน
  • ขนส่งสาธารณะ: แม้ว่าเส้นทางและระบบขนส่งจะเพิ่มขึ้น ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ เรือ และรถย่อย แต่ประเด็นเรื่องความครอบคลุม ความสะดวกในการเข้าถึง และราคาค่าโดยสารยังคงเป็นโจทย์ใหญ่


ที่น่าสนใจคือ แม้คะแนนภาพรวมของกรุงเทพฯ จากดัชนีเมืองน่าอยู่โลก (Global Liveability Index) จะปรับตัวดีขึ้น (ปี 2561 ได้ 66.0 คะแนน, ปี 2568 ได้ 69.4 คะแนน) แต่อันดับโลกกลับลดลงจากอันดับที่ 98 ลงมาอยู่ที่อันดับ 116 จากการเปรียบเทียบกับเมืองอื่นๆ ทั่วโลก สะท้อนว่าเราอาจต้องเร่งความเร็วในการพัฒนาเมืองให้ทันสากล

ด้าน ธนิสรา เรืองเดช ซีอีโอจาก WeVis กลุ่มเทคโนโลยีภาคประชาชน ได้เผยอินไซต์จากการรวบรวมข้อมูล “4 ปี ส.ก. ทำอะไรในสภา กทม. บ้าง” พบข้อเท็จจริงว่า ตลอดวาระที่ผ่านมา ส.ก. มีการเสนอร่างข้อบัญญัติหรือกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาระดับโครงสร้างเชิงระบบค่อนข้างน้อย แต่บทบาทส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การตรวจสอบ กำกับดูแล และเสนอแนะการทำงานของฝ่ายบริหารมากกว่า โดยประเด็นที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงมากที่สุดคือเรื่องงบประมาณ โครงการก่อสร้าง และปัญหาขยะ ในขณะที่ประเด็นเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นและกลุ่มคนเปราะบาง (เช่น คนไร้บ้าน คนพิการ) ยังถูกพูดถึงน้อย ข้อมูลเหล่านี้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ตั้งคำถามและตรวจสอบผู้สมัครในเขตของตนเองต่อไป

ปิดท้ายด้วย อดิศักดิ์ กันทะเมืองลี้ รองผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) ได้เสนอข้อมูลเร่งด่วนเพื่อยกระดับเมืองใน 4 มิติ ท้าทายผู้บริหารชุดใหม่:

  • พื้นที่สีเขียว: กรุงเทพฯ เผชิญภาวะ “เขียวน้อย เขียวไกล เขียวไม่ตรงจุด” การเพิ่มพื้นที่สีเขียวหลังจากนี้ต้องเน้นที่คุณภาพและยุทธศาสตร์สวนกระจายตัว เช่น นโยบายสวน 15 นาที
  • การเดินทาง: ถนนในกรุงเทพฯ มีลักษณะเป็นซอยตันถึง 45% ถนนสายหลักต้องแบกรับการจราจรอย่างหนัก ระบบรถไฟฟ้าแม้มีหลายสายแต่กระจุกตัวและมีราคาแพง อีกทั้งทางเท้ายังสัญจรลำบาก
  • เศรษฐกิจ: ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) เริ่มกระจายตัวออกจากสาทร-สีลม การจัดระเบียบเศรษฐกิจคนตัวเล็กอย่างหาบเร่แผงลอยเป็นเรื่องดี แต่นโยบายต้องคำนึงถึงทำเลและผู้ซื้อ ไม่ใช่วิธีคิดแบบจัดระเบียบไล่รื้อที่ตัดขาดจากวิถีชีวิต
  • ภัยพิบัติ: ในยุคโลกเดือด เมืองเผชิญกับปรากฏการณ์ Rain Bomb รุนแรงขึ้น ในปี 2568 ฝนเคยตกหนักสูงสุดถึง 165 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่ระบบระบายน้ำปัจจุบันรองรับได้เฉลี่ยเพียง 60-80 มิลลิเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น การบริหารจัดการน้ำแบบเดิมจึงไม่เพียงพออีกต่อไป

“การเปลี่ยนผ่านกรุงเทพฯ ในวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี อาจไม่เพียงพอ ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นผู้ว่าฯ กทม. คนถัดไป สิ่งสำคัญคือนโยบายใดที่ดีอยู่แล้วควรได้รับการสานต่อ ส่วนสิ่งใดที่เป็นปัญหา เช่น วิธีคิดแบบ Car-Centric City ที่เน้นตัดถนนแก้รถติด หรือการทำโครงสร้างพื้นฐานแบบแยกส่วน ก็ต้องกล้าตัดสินใจระงับยับยั้ง” อดิศักดิ์ กล่าวสรุป

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเมือง ทลายข้อจำกัดทางจินตนาการ และส่งเสียงเพื่อสร้างกรุงเทพฯ ที่ดีกว่าไปด้วยกัน ลงทะเบียนเพียงครั้งเดียวสามารถเข้าชมงานและร่วมกิจกรรมฟรีได้ตลอดทั้ง 3 วัน

รายละเอียดงาน Bangkok Active Festival

  • ดูรายละเอียดของงาน Bangkok Active Festival ทั้งหมดได้ที่ : https://theactive.thaipbs.or.th/news/bangkok-active-festival
  • วัน-เวลา: 19 – 21 มิถุนายน 2569
  • สถานที่: สวนลุมพินี (เข้าชมฟรีตลอดงาน)