เทคโนโลยีอาจดูเป็นเรื่องไกลตัว เต็มไปด้วยศัพท์ยาก กราฟซับซ้อน
และคำอธิบายที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่า “เดี๋ยวค่อยตามก็ได้”
แต่ระหว่างที่ 9Conversations นั่งคุยกับ Sunny Chawla เจ้าของช่อง sunnylogy
เรารับรู้ได้ตั้งแต่ไม่กี่ประโยคแรกว่า
ผู้ชายคนนี้ไม่ได้อยากให้ใครรู้สึกว่าตัวเอง “ตามไม่ทันโลก”
เขาแค่อยากทำให้เรื่องที่ซับซ้อน…เบาลง และเข้าถึงได้มากขึ้นอีกนิด
จุดเริ่มต้นของช่องนี้ เกิดขึ้นตอนไหน
ซันนี่ยิ้ม ก่อนจะเล่าย้อนกลับไปไกลกว่าที่หลายคนคิด
เขาบอกว่าเส้นทางของช่องไม่ได้เกิดขึ้นในวันที่ AI กลายเป็นกระแส
แต่เริ่มต้นในวันที่โลกแทบยังไม่พูดถึงมันเลย
ช่วงเวลาที่คำว่า AI ยังไม่ใช่เรื่องที่ใครสนใจ
ประเทศไทยยังไม่ได้จับตา
และคนส่วนใหญ่ยังมองเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเรื่องของ “อนาคตไกลตัว”
แต่สำหรับเขา AI ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเขาใช้งานมันอยู่แล้วในชีวิตจริง
และยิ่งใช้มากเท่าไหร่ เขายิ่งรู้สึกว่า…มันไม่ควรเป็นเรื่องของคนกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น
ความคิดอยากทำให้คนไทย “รู้จัก AI”
จึงค่อย ๆ กลายเป็นแรงผลักดันให้เขาเปิดช่องนี้ขึ้นมา
ตั้งแต่วันแรก เขาตั้งใจจะเล่าอะไรผ่านช่องนี้
คำตอบของซันนี่ชัดเจนและไม่เปลี่ยน
เขาตั้งใจเล่าเรื่อง AI ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ แก่นของช่องไม่เคยเปลี่ยน
แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือ “ความลึก” และ “ความกว้าง” ของเรื่องราว
ที่ถูกร้อยเรียงภายใต้เป้าหมายเดียวกัน
คือทำให้คนเข้าใจว่าเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว
แต่เป็นเครื่องมือที่เราเรียนรู้และใช้ประโยชน์ได้
โมเมนต์ไหนที่ทำให้คนเริ่มรู้จัก sunnylogy มากขึ้น
ซันนี่เล่าว่า คลิปช่วงแรก ๆ แทบทุกคลิปกลายเป็นไวรัล
ไม่ใช่เพราะลูกเล่นหวือหวา
แต่เพราะมันพูดถึงเรื่องที่คนยังไม่เคยให้ความสำคัญในตอนนั้น
เขาอธิบายว่าแก่นของช่องคือ “ทำเรื่องยาก ให้กลายเป็นเรื่องง่าย”
การเล่าเรื่องเทคโนโลยีที่คนไม่คุ้นเคย
ด้วยภาษาที่เข้าใจได้ ไม่จำกัดว่าคุณต้องเป็นสายเทคหรือผู้เชี่ยวชาญ
ใครก็ดูได้ ใครก็เรียนรู้ได้ และนั่นคือเหตุผลที่ช่องของเขาค่อย ๆ เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
อะไรคือบทเรียนสำคัญ ที่ทำให้เขาอยู่รอดในวงการครีเอเตอร์
ซันนี่แบ่งคำตอบออกเป็นสองเรื่อง
เรื่องแรกคือ “การทำในสิ่งที่ชอบ”
เขาเชื่อว่าถ้าเราไม่รักในสิ่งที่ทำ เราจะอยู่กับมันได้ไม่นาน
แต่ถ้าเราชอบ เราจะสนุกกับการใช้เวลาอยู่กับมัน แม้ในวันที่เหนื่อยหรือท้อ
อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “ความสม่ำเสมอ”
เพราะไม่ว่าคอนเทนต์จะดีแค่ไหน ถ้าหยุดทำ มันก็หยุดเติบโตไปพร้อมกัน
เขายอมรับว่ามีช่วงที่ไอเดียตัน หรือหมดแรงไปบ้าง
แต่สิ่งที่พาเขาผ่านมาได้คือการไม่หายไป
ซันนี่ยังเล่าว่า..
ตอนเด็ก ๆ เขาชอบทั้งคอมพิวเตอร์และมายากล
สองสิ่งนี้หลอมรวมกันเป็นสไตล์การเล่าเรื่องของเขาในวันนี้
การอธิบายเทคโนโลยีด้วยวิธีที่ชวนติดตาม
มีจังหวะ มีภาพจำ และมีเอกลักษณ์ของตัวเอง
คอนเทนต์ครีเอเตอร์ มอบโอกาสอะไรให้เขาบ้าง
ซันนี่บอกว่าโอกาสเข้ามาแบบไม่คาดคิด
ตั้งแต่การถูกชวนไปออกรายการโทรทัศน์
อย่าง “รายการแฉ” ที่ทำให้คนรู้จักเขาในวงกว้างขึ้น
จากนั้นโอกาสใหม่ ๆ ก็ทยอยเข้ามา
ทั้งการออกรายการอื่น ๆ การได้รู้จักผู้คนใหม่ ๆ
การแลกเปลี่ยนประสบการณ์
และการได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรในงานต่าง ๆ
แม้กระทั่งการได้รับการติดต่อจากบริษัทต่างประเทศ
แต่สำหรับเขา โอกาสที่สำคัญไม่แพ้กัน
คือการได้พูด ได้สื่อสาร และได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนวิธีคิดของผู้คนต่อเทคโนโลยี
ช่อง sunnylogy …ได้มอบอะไรให้กับคนดู
ซันนี่ตอบโดยเน้นย้ำว่า
สิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดคือ “ความตระหนักรู้”
คนดูได้อัปเดตข่าว รู้เท่าทันเทคโนโลยี รู้จักเครื่องมือใหม่ ๆ
และที่สำคัญคือสามารถนำไปใช้ต่อยอดในการทำงานจริง
เพื่อเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับชีวิตของตัวเอง ในโลกที่เทคโนโลยีไม่รอใคร
ถ้วยรางวัลมีความหมายอย่างไรกับคนทำคอนเทนต์
ซันนี่หัวเราะก่อนจะยอมรับตรง ๆ ว่าเซอร์ไพรส์มาก
เขารู้สึกดีใจและเป็นเกียรติ
เพราะอินฟลูเอนเซอร์หลายคนที่ได้รับรางวัลในเวทีเดียวกัน
คือคนที่เขาติดตามและชื่นชมอยู่แล้ว
รางวัลนี้จึงเป็นทั้งความภูมิใจ
และความสุขที่ได้พบปะผู้คนในวงการเดียวกัน
เมื่อเทคโนโลยีล้ำขึ้นทุกปี ปี 2026 ช่องนี้จะพาเราไปเห็นอะไรใหม่บ้าง
ซันนี่บอกว่าปีหน้าจะได้เห็นหุ่นยนต์ใหม่ ๆ มากขึ้น
“น้องดุ๊กดิ๊ก” กับ “โอเลี้ยง” หุ่นยนต์หมาคู่ใจ จะมีเพื่อนเพิ่ม
และเทคโนโลยีที่วันนี้เราคิดว่าล้ำ
ปีหน้าจะ “คูณสอง” อย่างไม่ต้องสงสัย
อยากเริ่มเป็นครีเอเตอร์ในปี 2026 ยังทันไหม
คำตอบของเขาสั้นและชัด
“ทัน”
แต่เงื่อนไขคือเราต้องหาความแตกต่างของตัวเองให้เจอ
การทำตามคนอื่นอาจไม่พาเราไปไกล แต่การหยิบเรื่องเดียวกันมาเล่า
ด้วยมุมมองและ storytelling ที่เป็นของเรา
ต่างหากที่จะทำให้คนจดจำได้
เพราะสุดท้ายแล้ว
เทคโนโลยีอาจเปลี่ยนทุกปี
แพลตฟอร์มอาจเปลี่ยนทุกเดือน
แต่ “ตัวตน” และ “วิธีเล่าเรื่อง” คือสิ่งที่ไม่มีใครลอกกันได้
และนี่คือเรื่องราวของ sunnylogy ช่องที่ไม่ได้แค่เล่าอนาคต
แต่พยายามชวนให้ทุกคนก้าวเข้าไปอยู่ในอนาคตนั้น
อย่างเข้าใจ และไม่รู้สึกกลัวเลย

