raptor.jenner จุดเริ่มต้นจากความเหงา ที่เติบโตเป็นพื้นที่แห่งความอบอุ่นให้คนทั้งประเทศ

เวลาที่เราเปิดดูคอนเทนต์สัตว์เลี้ยงสักคลิป แล้วหัวใจอ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว
เรากำลังเห็นบางอย่างที่มากกว่า “ความน่ารัก” อยู่เสมอ

บางครั้ง…มันคือความรักที่พูดไม่ได้
บางครั้ง…คือสายตาที่เหมือนเข้าใจเราโดยไม่ต้องอธิบาย
และบางครั้ง…คือสิ่งที่ช่วยประคองหัวใจคนหนึ่งให้กลับมามีแรงอีกครั้ง

9Conversations พาไปดูเรื่องราวของ แร็พเตอร์ ลูกหมาเยอรมันเชพเพิร์ดวัยหนึ่งขวบครึ่ง
และ คุณจิณณะฉัต ฉัตต์ชฎาสิริกุล หรือ มิ๊จิณ เจ้าของช่อง raptor.jenner
ที่เริ่มจากความเหงา แต่เติบโตเป็นพื้นที่แห่งความอบอุ่นให้คนทั้งประเทศ

ย้อนกลับไปก่อนมีช่อง raptor.jenner มิ๊จิณกำลังเผชิญความเหงาครั้งใหญ่
แฟนเป็นชาวฝรั่งเศสที่ต้องบินกลับประเทศ และกว่าจะได้เจอกันสักครั้งก็ต้องรอนานถึง 2–3 เดือน

“เหงามากค่ะ เหมือนบ้านเงียบไปหมด เลยคิดว่าถ้ามีหมาสักตัว คงไม่รู้สึกโดดเดี่ยวขนาดนี้”

เริ่มจากการลองไปประมูลสุนัขทหารไม่ผ่านเกณฑ์ที่สระบุรี
ตั้งงบไว้ 50,000 แต่สุนัขตัวที่ตกหลุมรักกลับถูกประมูลไปที่ 75,000

วันนั้น..สู้ราคาไม่ได้ มิ๊จิณกลับบ้านด้วยหัวใจที่หนัก
เหมือนความหวังเล็ก ๆ ถูกปิดลง ร้องไห้จนต้องรีบโทรหาแฟน

แต่โชคดีที่เรื่องราวยังไม่จบตรงนั้น
หลังจากนั้นแค่ไม่กี่วัน แฟนช่วยหาฟาร์มในไทย และเลือกสุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดตัวหนึ่ง
ที่มีแววตาใสซื่อและขี้อ้อนแบบที่คนรักสัตว์มองครั้งเดียวก็รู้ว่า “ใช่เลย”

และนั่นคือวันที่ แร็พเตอร์ เข้ามาในชีวิต

มันไม่ใช่แค่การได้หมาหนึ่งตัว
แต่เป็นวันที่ความโดดเดี่ยวค่อย ๆ หายไป
เป็นวันที่บ้านเริ่มมีเสียงวิ่ง เสียงหายใจของลูกหมา
และเป็นวันที่หัวใจของคนหนึ่ง “หายเหงา” 

ตอนเริ่มทำช่อง มิ๊จิณไม่มีเป้าหมายใหญ่โตเลย
ตั้งใจแค่เก็บภาพทุกช่วงวัยของแร็พเตอร์ไว้เป็นความทรงจำ

“อยากเก็บทุกความน่ารัก ทุกโมเมนต์ ทุกอย่างจริง ๆ ค่ะ
อยากให้มันอยู่ในที่ที่เรากลับมาดูเมื่อไหร่ก็ยิ้มได้เสมอ”

คลิปต่าง ๆ ถูกโพสต์เพราะ “รักหมา”
ไม่ใช่เพราะอยากดัง
ไม่ใช่เพราะอยากเป็นครีเอเตอร์ 

แต่ความจริงใจแบบนั้น…ทำให้คนดูสัมผัสได้

ช่องเริ่มมีผู้ติดตามมากขึ้นทีละนิด
และพอความรู้ ความเข้าใจเรื่องสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ช่องก็พัฒนาตามไปด้วย
แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคือความตั้งใจให้ช่องนี้เป็น
‘พื้นที่ปลอดภัยทางใจ’ ให้คนดู

จุดที่ทำให้คนทั่วประเทศหลงรักแร็พเตอร์ คือคลิปสอนหมาพยักหน้า

มันไม่ใช่ความ “ฉลาด” อย่างเดียว
แต่มันคือสายตาเหมือนเข้าใจทุกอย่างที่มิ๊จิณพูด
เหมือนกำลังสนทนากันจริง ๆ

ผู้คนตกหลุมรักความใสซื่อ
ความตั้งใจอยากเรียนรู้
และความสัมพันธ์ที่ชัดเจนราวกับหมากับเจ้าของสื่อสารกันด้วยภาษาเดียวกัน

คลิปนั้นไวรัลทันที
แชร์กันแบบก้าวกระโดด

และตั้งแต่นั้น  raptor.jenner ก็ไม่ใช่แค่ช่องสัตว์เลี้ยงอีกต่อไป
แต่มันกลายเป็น พื้นที่เติมพลังบวกให้คนดูนับแสน

“วงการนี้เปลี่ยนเร็วมากค่ะ
แต่ทุกครั้งที่มีอะไรใหม่ ๆ เราไม่เคยกลัวเลย เรามองว่ามันคือโอกาส”

คำตอบนี้บอกอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับเจ้าของช่อง
เธอไม่เคยคิดว่าตัวเอง “เก่งแล้ว”
ไม่เคยคิดว่าต้องทำอะไรแบบเดิมไปเรื่อย ๆ

และสิ่งหนึ่งที่เธอย้ำคือ
ดูคอมเมนต์ทุกอัน
เพราะสำหรับมิ๊จิณ ทุกข้อความคือกำลังใจ
ทุกข้อเสนอแนะคือโอกาสใหญ่ในการพัฒนา

มิ๊จิณบอกแบบเขิน ๆ ว่า
ช่องนี้ทำให้ได้เจอเพื่อนใหม่มากมาย ทั้งครีเอเตอร์ คนดู และแบรนด์
แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือ…

“มันทำให้เราเป็นตัวเองในแบบที่มีคุณค่าให้คนอื่นได้จริง ๆ”

ไม่ใช่แค่ความน่ารักของหมา
แต่คือความสุขแบบง่าย ๆ ที่คนดูได้รับ
คือพื้นที่เล็ก ๆ ที่ใครเหนื่อยแค่ไหน พอได้เข้ามาก็ยิ้มได้เสมอ

คำตอบของมิ๊จิณเรียบง่ายและจริงใจมาก

“ขอแค่คนที่เข้ามาดู ได้รอยยิ้ม ความอุ่นใจ ความสุข หรือพักใจสักนิด ก็พอแล้วค่ะ”

ทุกคลิปของแร็พเตอร์
ทุกเสียงหัวเราะ
ทุกโมเมนต์น่ารัก
ถูกตั้งใจให้มอบพลังบวกเสมอ

มิ๊จิณเล่าว่า
“ตกใจมากค่ะ ไม่คิดเลยว่าจะมีชื่อเข้าชิง เพราะเราเพิ่งทำช่องมาแค่ปีเดียวเอง”

แต่ท้ายที่สุด เธอก็ได้ขึ้นรับรางวัล
และรางวัลนี้ทำให้เธอมั่นใจว่า “ความตั้งใจเล็ก ๆ” ที่เริ่มจากความเหงา
ได้กลายเป็นสิ่งที่มีความหมายต่อคนมากกว่าที่คิด

มิ๊จิณตั้งใจสร้างคอนเทนต์ที่ตลกขึ้น อบอุ่นขึ้น และให้ความรู้มากขึ้น
อยากเริ่มโปรเจกต์ช่วยเหลือสัตว์
อยากสร้างคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ที่รักสัตว์แบบเดียวกัน

ที่สำคัญ..อยากอยู่ใกล้ชิดผู้ติดตามมากขึ้น
เหมือนครอบครัวเดียวกัน

มิ๊จิณตอบอย่างมั่นใจ

“ทันเสมอค่ะ ไม่มีคำว่าสาย
เพราะไม่ใช่ว่าเริ่มเมื่อไหร่ แต่เริ่มด้วยความตั้งใจแบบไหนต่างหาก”

ทุกคนมีเสน่ห์บางอย่างที่โลกอยากเห็น
เพียงแค่กล้าพอที่จะเปิดมันให้คนอื่นรู้จัก

และช่อง raptor.jenner ก็ไม่ใช่แค่พื้นที่โพสต์คลิป
แต่มันคือพื้นที่ของ ความรัก พลังบวก ความเข้าใจ
และความสัมพันธ์ที่สวยงามระหว่างมนุษย์กับเพื่อนสี่ขา