
กรุงเทพมหานคร, 27 มิถุนายน 2569: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ก้าวขึ้นเป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกในเอเชียที่เข้าร่วมแคมเปญระดับโลก “Ring the Bell for LGBTIQ+ Equality” ความร่วมมือระหว่างสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Human Rights – OHCHR), โครงการตลาดหลักทรัพย์ที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (UN Sustainable Stock Exchanges Initiative – SSE), ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact – UNGC), Koppa — The LGBTI+ Economic Power Lab และ Open for Business ด้วยการลั่นระฆังแห่งความเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ นับเป็นการประกาศจุดยืนเชิงสาธารณะครั้งประวัติศาสตร์เพื่อสนับสนุนความหลากหลายของกลุ่ม LGBTIQ+ สิทธิมนุษยชน และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมทุกกลุ่มคน โดยพิธีดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัททรานส์ทาเลนท์ คอนซัลติ้ง กรุ๊ป โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNDP Thailand) สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย และธนาคาร ดอยซ์ แบงก์ ในงาน Pride Show 2026
ในปี 2569 นี้ ตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกรวม 16 แห่ง ได้เข้าร่วมแคมเปญ “Ring the Bell for LGBTIQ+ Equality” เป็นปีที่สอง เนื่องในวันสากลยุติความเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน คนรักสองเพศ และคนข้ามเพศ (IDAHOBIT) เพื่อขับเคลื่อนความเสมอภาคและสิทธิมนุษยชน สร้างความตระหนักรู้ ผลักดันบทสนทนาในระดับโลก เสริมสร้างความร่วมมือ และร่วมสร้างสภาพแวดล้อมที่เคารพและให้คุณค่ากับทุกคนอย่างเท่าเทียม การเข้าร่วมของ SET ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของภูมิภาคเอเชียที่ก้าวเข้าสู่ความเคลื่อนไหวระดับโลกนี้อย่างเป็นทางการ พิธีดังกล่าวจัดขึ้นภายในงาน Pride Show 2026 ณ BEAT Active ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) บางนา ซึ่งเป็นงานเอ็กซ์โปธุรกิจและวัฒนธรรม LGBTIQ+ ระดับเอเชียครั้งแรก โดยได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB)
หมุดหมายครั้งสำคัญทางประวัติศาสตร์ในประเทศไทย

การประกาศจุดยืนของ SET ในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของเศรษฐกิจไทยที่มุ่งสู่ความครอบคลุมคนทุกกลุ่ม โดยประเทศไทยเป็นชาติแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รับรองกฎหมายสมรสเท่าเทียมตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 ขณะที่การเสนอตัวเพื่อประมูลสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 ของประเทศไทยโดยชุมชนไพรด์ในประเทศซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก TCEB ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้เกิดความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างตลาดทุนของประเทศกับวาระการพัฒนาที่ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม การเข้าร่วมของ SET ในวันนี้จึงถือเป็นการตอกหมุดเสาหลักด้านการเงินให้กับแผนยุทธศาสตร์ระดับชาตินี้อย่างเป็นรูปธรรม
ข้อมูลเชิงเศรษฐกิจยืนยันความชัดเจนของประเด็นนี้ จากรายงานของ Open for Business พบว่าประเทศที่มีกฎหมายคุ้มครองความหลากหลายดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ได้มากกว่าประเทศที่ไม่มีกฎหมายดังกล่าวถึง 4.5 เท่า ขณะที่ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านอีก 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม คาดว่าสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึงร้อยละ 1.47 ของ GDP ต่อปี จากต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการกีดกันกลุ่ม LGBTIQ+ โดยเฉพาะประเทศไทยคาดว่าสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 5.18–12.18 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นมูลค่าที่การปฏิรูปนโยบายที่ครอบคลุมและการขับเคลื่อนของตลาดทุนสามารถช่วยดึงกลับคืนมาได้
ภาพรวมภาคธุรกิจไทยยืนยันความเร่งด่วนของประเด็นนี้เช่นกัน โดยรายงาน The Thailand Workplace Equity Report 2026 จัดทำโดยบริษัท ทรานส์ทาเลนท์ คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (TransTalents Consulting Group) ซึ่งเป็นแบบสำรวจเชิงโครงสร้างฉบับแรกของไทยด้านความหลากหลาย ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วม (DEI) ครอบคลุมองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน พบว่า ร้อยละ 52 ขององค์กรที่ตอบแบบสำรวจยังไม่มีระบบวัดผล DEI ขณะที่ร้อยละ 81 มองว่า DEI มีความสำคัญต่อการดึงดูดและรักษาบุคลากร และร้อยละ 58 คาดว่า DEI จะถูกผนวกเข้ากับการรายงาน ESG ภายในสองปีข้างหน้า การแสดงบทบาทผู้นำของ SET ในวันนี้จึงเป็นสัญญาณตรงถึงบริษัทจดทะเบียนว่าการทำงานด้านทุนมนุษย์ต้องครอบคลุมคนทุกกลุ่ม ต้องสามารถวัดผลได้ รายงานได้ และมีนัยสำคัญต่อธุรกิจอย่างแท้จริง
คำกล่าวจากผู้นำองค์กรพันธมิตร

“หนึ่งปีหลังการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม ประเทศไทยมีโอกาสต่อยอดแรงขับเคลื่อนนี้เพื่อเสริมสร้างการคุ้มครองและทำให้สิทธิของผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศหรือ LGBTIQ+ เป็นจริงได้ การที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยลั่นระฆัง คือการส่งสารที่ชัดเจนว่าภาคธุรกิจมีความรับผิดชอบในการเคารพสิทธิมนุษยชน ขจัดการเลือกปฏิบัติ และสร้างความมั่นใจว่าผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศเป็นส่วนหนึ่งอย่างเต็มที่และเท่าเทียมในทุกมิติของชีวิตทางเศรษฐกิจและสังคม” – คาเทียคีริซซี่ รองผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีความภาคภูมิใจที่เป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกในเอเชียที่เข้าร่วมโครงการ ‘Ring the Bell for LGBTIQ+ Equality’ เราเชื่อมั่นว่าเบื้องหลังทุกบริษัท ทุกนวัตกรรม ทุกการตัดสินใจลงทุน และทุกธุรกิจที่ยั่งยืนคือ ‘คน’ โดยคนจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อได้รับความเคารพ การยอมรับ และสามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับตลาดทุนที่จะมีความเข้มแข็งอย่างแท้จริงเมื่อทุกคนมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมและสร้างคุณค่าได้อย่างเท่าเทียม ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตระหนักดีว่าความหลากหลาย การมีส่วนร่วม และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เพียงคุณค่าทางสังคม หากแต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการดึงดูดบุคลากร ส่งเสริมนวัตกรรม และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนภายใต้วิสัยทัศน์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ‘The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities’ – พรรณวดีลดาวัลย์ณอยุธยา รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

“เศรษฐกิจเพศหลากหลาย LGBTIQ+ ระดับโลกมีมูลค่าราว 4.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและจีน แต่ตัวเลขนี้มักถูกมองผ่านมุมของผู้บริโภคเท่านั้น ทั้งที่แรงงาน LGBTIQ+ มีอยู่ในทุกขั้นของระบบเศรษฐกิจไทยมาตลอด ทั้งในระบบและนอกระบบ ตั้งแต่ภาคแรงงานนอกระบบจนถึงห้องประชุมบอร์ดบริหาร คำถามในวันนี้จึงไม่ใช่ว่าจะให้ความครอบคลุมหรือไม่ แต่คือจะบูรณาการศักยภาพที่ยังไม่ถูกใช้นี้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างไร การมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมและความมุ่งหมายสู่การเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 สามารถยกระดับให้ประเทศไทยอยู่แนวหน้าของการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสีรุ้งแห่งเอเชีย ไม่ว่าจะในมุมตลาด การลงทุน นโยบาย และความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ การที่ SET ลั่นระฆังในวันนี้ คือสัญญาณว่าโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของไทยพร้อมเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงนี้แล้ว” – ณัฐินีฐิติภิญญาปิญชาน์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ทรานส์ทาเลนท์ คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (TransTalents Consulting Group) พันธมิตรด้านเทคนิคด้าน LGBTIQ+ ของแคมเปญ
ก้าวต่อไปนับจากนี้หลังจากเสียงระฆังที่ดังขึ้น
มาตรฐานพฤติกรรมทางธุรกิจแห่งสหประชาชาติเพื่อต่อต้านการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่ม LGBTIQ+ (UN Standards of Conduct for Business on Tackling Discrimination against LGBTIQ+ People) เรียกร้องให้ภาคธุรกิจเคารพสิทธิมนุษยชนตลอดการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทาน ขจัดการเลือกปฏิบัติในสถานที่ทำงาน และแสดงบทบาทสนับสนุนชุมชน LGBTIQ+ อย่างเปิดเผย พิธีในวันนี้เปิดโอกาสให้บริษัทจดทะเบียนใน SET ประเมินความก้าวหน้าของตนเองผ่าน UN LGBTIQ+ Standards Gap Analysis Tool ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและรักษาความลับ ช่วยให้องค์กรมีแนวทางในการปรับนโยบายและแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยสามารถเข้าใช้งานได้ที่ lgbtiq.unglobalcompact.org
การเข้าร่วมของ SET ในครั้งนี้ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมืออย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2573 ครอบคลุมการเสริมศักยภาพด้านธรรมาภิบาลเชิงครอบคลุมสำหรับบริษัทจดทะเบียน การพัฒนาการเปิดเผยข้อมูลที่ครอบคลุมมิติความหลากหลายทางเพศ และงานวิจัยด้านนโยบายที่เสริมความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำหรับทุกคนของเอเชีย
เกี่ยวกับแคมเปญ Ring the Bell for LGBTIQ+ Equality แคมเปญ “Ring the Bell for LGBTIQ+ Equality” เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Human Rights – OHCHR), โครงการตลาดหลักทรัพย์ที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (UN Sustainable Stock Exchanges Initiative – SSE), ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact – UNGC), Koppa — The LGBTI+ Economic Power Lab และ Open for Business โดยเรียกร้องให้ตลาดหลักทรัพย์ บริษัทจดทะเบียน และนักลงทุนทั่วโลกแสดงพันธสัญญาต่อสาธารณะในการสนับสนุนความครอบคลุมของกลุ่ม LGBTQIAN+ ในฐานะมิติหลักของการพัฒนาที่ยั่งยืน
เกี่ยวกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) UN Human Rights หรือ OHCHR เป็นหน่วยงานหลักของสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชนมีบทบาทส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในทุกมิติสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาต่อกรณีการละเมิดสิทธิและสนับสนุนรัฐบาลและชุมชนทั่วโลกผ่านการเสริมศักยภาพให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและการรณรงค์เชิงนโยบายศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ohchr.org และ unfe.org
เกี่ยวกับโครงการตลาดหลักทรัพย์ที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SSE) UN SSE เป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกเพื่อศึกษาแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์สามารถยกระดับความโปร่งใสและผลการดำเนินงานด้าน ESG ขององค์กรพร้อมส่งเสริมการลงทุนอย่างรับผิดชอบดำเนินงานร่วมกันโดย UNCTAD, UN Global Compact, UNEP FI และ PRI ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่sseinitiative.org
เกี่ยวกับโกลบอลคอมแพ็กแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact) และสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (UN Global Compact Network Thailand : GCNT) UN Global Compactเป็นความริเริ่มด้านความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกเรียกร้องให้บริษัททั่วโลกปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับหลักสากล 10 ประการด้านสิทธิมนุษยชนแรงงานสิ่งแวดล้อมและการต่อต้านการทุจริตพร้อมขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ปัจจุบันมีบริษัทเข้าร่วมกว่า 20,000 แห่งทั่วโลกศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่unglobalcompact.org
ในประเทศไทย GCNT ทำหน้าที่เป็นเครือข่ายท้องถิ่นของ UN Global Compact โดยมีสมาชิกมากกว่า 160 องค์กรจากหลากหลายภาคส่วน GCNT สนับสนุนภาคธุรกิจในทุกช่วงของการดำเนินงานด้านความยั่งยืนผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้การเสริมสร้างศักยภาพและการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถเปลี่ยนพันธสัญญาด้านความยั่งยืนให้เป็นการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมและสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้อย่างแท้จริงhttps://globalcompact-th.com/
เกี่ยวกับ Koppa — The LGBTI+ Economic Power Lab Koppa มีพันธกิจในการปลดล็อกพลังทางเศรษฐกิจของกลุ่ม LGBTI+ ทั่วโลกผ่านองค์ความรู้การระดมทุนและการเชื่อมโยงเครือข่ายโดยสร้างช่องทางการระดมทุนใหม่ขับเคลื่อนการใช้ข้อมูลปลดล็อกการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างครอบคลุมและเร่งพัฒนาบุคลากรทางเศรษฐกิจของกลุ่ม LGBTI+ เพื่อสร้างอนาคตที่เท่าเทียมยิ่งขึ้นศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ koppalab.org
เกี่ยวกับ Open for Business Open for Businessเป็นกลุ่มความร่วมมือของบริษัทชั้นนำระดับโลกที่นำเสนอข้อมูลเชิงเศรษฐกิจและธุรกิจสนับสนุนความครอบคลุมของกลุ่ม LGBTQ+ ผ่านงานวิจัยการรณรงค์และความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อแสดงให้เห็นว่าสังคมที่ครอบคลุมทุกกลุ่มคนนำไปสู่เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและภาคธุรกิจที่มีศักยภาพการแข่งขันสูงขึ้นศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ open-for-business.org
เกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศโดยเป็นช่องทางให้ภาคธุรกิจเข้าถึงตลาดทุนเพื่อการระดมทุนและเป็นช่องทางให้นักลงทุนและประชาชนทั่วไปสร้างผลตอบแทนและความมั่งคั่ง SET ขับเคลื่อนตลาดทุนภายใต้วิสัยทัศน์ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” มุ่งมั่นเป็นประตูที่น่าเชื่อถือสู่โอกาสสำหรับทุกคนผ่านพันธกิจหลักได้แก่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงและยืดหยุ่นเพื่อความมีเสถียรภาพ (Seamless Infrastructure) การยกระดับศักยภาพของผู้มีส่วนร่วมในตลาดทุนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและครอบคลุม (Empowering Market Participants) การยกระดับคุณภาพและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อสร้างตลาดที่มีศักยภาพการแข่งขันและน่าเชื่อถือ (Trusted Marketplace) และการพัฒนาบุคลากรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายอย่างต่อเนื่อง (Purposeful People who Transform) ทั้งหมดนี้ร่วมกันขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดทุนเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม
เกี่ยวกับทรานส์ทาเลนท์คอนซัลติ้งกรุ๊ป (TransTalents Consulting Group)บริษัททรานส์ทาเลนท์คอนซัลติ้งกรุ๊ปมีฐานการดำเนินงานในประเทศไทยเป็นบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำของเอเชียด้านการบูรณาการทางเศรษฐกิจของกลุ่ม LGBTIQ+ และกลยุทธ์ด้านทุนมนุษย์และเป็นสมาชิกพันธมิตร TISFD เป็นผู้จัดทำรายงาน Thailand Workplace Equity Report 2026 และเป็นที่ปรึกษาจัดทำโครงการศึกษาความเป็นไปได้ของการจัดงาน WorldPride 2030 ในประเทศไทยซึ่งได้รับมอบหมายจาก TCEB โดยทำหน้าที่เป็นพันธมิตรด้านเทคนิค LGBTIQ+ ในประเทศไทยให้กับแคมเปญ Ring the Bell for LGBTIQ+ Equality ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่transtalents.co
เกี่ยวกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNDP Thailand) UNDP ดำเนินงานอยู่ในกว่า 170 ประเทศและเขตแดนทั่วโลกมุ่งขจัดความยากจนควบคู่กับการปกป้องโลกโดยสนับสนุนประเทศต่างๆในการพัฒนานโยบายทักษะความร่วมมือและสถาบันที่เข้มแข็งเพื่อให้สามารถรักษาความก้าวหน้าด้านการพัฒนาไว้ได้อย่างยั่งยืน
UNDP ดำเนินงานในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องกว่า 50 ปีครอบคลุมมิติการพัฒนามนุษย์ที่หลากหลายตั้งแต่การเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบและสถาบันการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุมและการสร้างวิถีชีวิตที่ยั่งยืนไปจนถึงการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยโครงการของ UNDP ยังคงบูรณาการวิสัยทัศน์ระดับโลกเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่สร้างผลกระทบเชิงเร่ง (catalytic change) ให้สอดคล้องกับลำดับความสำคัญระดับชาติของประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ
เกี่ยวกับ Deutsche Bankธนาคารดอยซ์แบงก์ให้บริการด้านธนาคารรายย่อยและธนาคารส่วนบุคคลธนาคารเพื่อองค์กรและธุรกรรมทางการเงินการปล่อยสินเชื่อผลิตภัณฑ์และบริการด้านการบริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่งรวมถึงบริการด้านวาณิชธนกิจ (Investment Banking) ให้แก่บุคคลทั่วไปธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กองค์กรธุรกิจหน่วยงานรัฐบาลและนักลงทุนสถาบันทั่วโลกดอยซ์แบงก์ดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมายาวนานกว่า 150 ปีและในประเทศไทยมายาวนานกว่า 48 ปีโดยให้บริการด้านธนาคารเพื่อองค์กรและวาณิชธนกิจแก่ลูกค้าทั้งบริษัทข้ามชาติและบริษัทท้องถิ่น
เกี่ยวกับ Pride Show 2026 Pride Show 2026คืองานเอ็กซ์โปธุรกิจและวัฒนธรรม LGBTIQ+ ระดับเอเชียครั้งแรกจัดขึ้นในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ณไบเทคบางนากรุงเทพมหานครโดยได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) และ TCEB งานนี้รวบรวมภาคธุรกิจนักลงทุนภาคประชาสังคมและชุมชนเพื่อขับเคลื่อนวาระเศรษฐกิจครอบคลุมทุกกลุ่มคนของประเทศไทย
#RingTheBell #LGBTIQ+ #IDAHOBIT #Prideshow2026


