วันหนึ่งในปีที่โลกหยุดนิ่งจากโรคระบาด
ช่างภาพฟรีแลนซ์คนหนึ่งนั่งอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่เคยเต็มไปด้วยเสียงชัตเตอร์
อุปกรณ์ที่เคยจับทุกวันกลับเงียบงันอยู่ตรงหน้า
“เราทำคลิปให้คนอื่นมาตลอด ทำไมไม่ลองทำคลิปให้ตัวเองบ้าง”
ความคิดแผ่วเบาในวันนั้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของช่อง pportk
9Conversations ชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับ คุณธนิดา กนกเลิศวงศ์ หรือ “ป้อ” เจ้าของช่อง pportk
ผู้ใช้กล้องตัวเดิมเล่าเรื่องใหม่ให้ทั้งโลกได้ฟัง
อุปกรณ์ทุกชิ้นยังเป็นของเดิม กล้องตัวเดิม ไฟชุดเดิม ไมค์ตัวเดิม
แต่เป้าหมายเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
จากเคยถ่ายให้ลูกค้า กลายเป็นการถ่ายเพื่อสื่อสารกับผู้คนในโลกออนไลน์
เพื่อเล่าเรื่องที่อยากเล่า และสร้างแรงบันดาลใจจากสิ่งที่ถนัดที่สุด คือ “การถ่ายภาพ”
เมื่อความเงียบกลายเป็นแรงผลัก
หลังทำงานถ่ายภาพมานานกว่า 4 ปี การมาของโควิด-19 ทำให้งานทุกอย่างหยุดชะงัก
ในความเงียบนั้นมีคำถามใหม่เกิดขึ้น..
“ถ้าเราไม่รอให้ใครจ้างล่ะ จะสร้างอะไรบางอย่างจากของที่มีอยู่ได้ไหม”
คำถามนั้นนำไปสู่การจัดไฟ ตั้งกล้อง และกดอัดคลิปแรกด้วยความตั้งใจจริง
ตั้งใจให้เป็นคอนเทนต์ที่ “สอนถ่ายรูปง่าย เข้าใจไว” ไม่ใช่ในแบบของช่างภาพมืออาชีพที่พูดภาษายาก
แต่ในแบบของคนธรรมดาที่อยากถ่ายให้สวยด้วยอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว
“อยากให้ทุกคนรู้ว่าภาพดีๆ มันไม่ได้อยู่ที่กล้องราคาแพง แต่อยู่ที่ความเข้าใจในแสงและมุมมองต่างหาก”
คลิปแรก: แสงจากหลอดไฟบ้านที่เปลี่ยนห้องให้กลายเป็นสตูดิโอ
คอนเทนต์แรกที่ปล่อยออกมาคือคลิป “จัดไฟในห้อง”
เป็นการใช้หลักการจัดไฟแบบสตูดิโอ แต่ใช้อุปกรณ์ราคาหลักร้อย
หลอดไฟธรรมดา ผ้าขาวบาง และขาตั้งราคาย่อมเยา
กลายเป็นเครื่องมือสร้างคลิปที่คนดูพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ง่ายและทำตามได้จริง”
คลิปนั้นคือจุดเริ่มต้นของเส้นทางใหม่
เส้นทางที่ไม่ต้องรอคำสั่งจากใคร
แต่ขับเคลื่อนด้วยความตั้งใจของคนที่อยากแบ่งปันสิ่งที่รู้ให้คนอื่นได้ลอง
จากเบื้องหลังสู่เบื้องหน้า วันที่คนเริ่มจำชื่อ “pportk”
เวลาผ่านไปสามปี การทำคลิปกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
จนวันหนึ่งระหว่างถ่ายงานอยู่ที่สยาม มีเสียงทักจากคนแปลกหน้าดังขึ้น
“น้องป้อใช่ไหม ที่สอนถ่ายรูปในติ๊กต็อก พี่ชอบดูมากเลย ดีใจที่ได้เจอ”
รอยยิ้มของคนดูคนนั้นกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่
“รู้เลยว่าสิ่งที่เราทำมันส่งถึงใครบางคนจริงๆ”
หลังจากนั้นชื่อ “pportk” เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น
บางครั้งไปคาเฟ่ บาริสต้าก็เขียนชื่อถูกโดยไม่ต้องบอก
เป็นโมเมนต์เล็กๆ ที่ทำให้รู้ว่า การสอนถ่ายรูปง่ายๆ ด้วยมือถือหนึ่งเครื่อง
สามารถเชื่อมคนที่ไม่รู้จักให้กลายเป็นคนรู้ใจกันได้ด้วยภาพเดียว

อยู่รอดเพราะไม่หยุดเรียนรู้
บทเรียนที่ได้จากการเป็นครีเอเตอร์ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือ “การปรับตัว”
เพราะทุกแพลตฟอร์มเปลี่ยนตลอด ทั้งอัลกอริทึม เทรนด์ และพฤติกรรมผู้ชม
“สิ่งสำคัญคือสไตล์ต้องชัด แต่ก็ต้องไม่หยุดพัฒนา เพราะถ้าอยู่กับที่ เท่ากับถอยหลัง”
และเมื่อเทคโนโลยีอย่าง AI เข้ามา ป้อไม่ได้มองว่ามันคือคู่แข่ง
“AI แทนที่เราไม่ได้ ถ้าเรารู้จักใช้มันเป็นเครื่องมือช่วย มันจะกลายเป็นเพื่อนร่วมทางที่ผลักเราไปข้างหน้า”
ครีเอเตอร์ที่ได้อิสระกลับคืน
การทำคอนเทนต์ไม่เพียงสร้างอาชีพใหม่ แต่มอบอิสระคืนให้กับชีวิต
อิสระที่จะเลือกงานในแบบที่อยากทำ
อิสระที่จะพูดในแบบที่อยากพูด
และอิสระที่จะเป็นตัวเองโดยไม่ต้องขออนุญาตใคร
“ทุกครั้งที่ได้ออกไปถ่ายรูป มันไม่ใช่แค่การทำงานอีกต่อไป แต่มันคือการออกไปเรียนรู้โลก ได้เจอผู้คน ได้เจอสถานที่ใหม่ๆ ทุกอย่างกลายเป็นแรงบันดาลใจ”
สิ่งที่เมื่อก่อนอาจมองว่าเป็น “ค่าใช้จ่าย” ตอนนี้กลายเป็น “ต้นทุนของแรงบันดาลใจ”
ทุกการเดินทางกลายเป็นคอนเทนต์
ทุกวิวสวยๆ กลายเป็นห้องเรียนกลางธรรมชาติที่สอนให้เข้าใจชีวิตมากขึ้น
สิ่งที่อยากมอบกลับให้คนดู
ช่อง pportk ไม่ได้ตั้งใจแค่สอนถ่ายรูปให้สวยขึ้น แต่ตั้งใจให้คนดูรู้สึกว่า “ตัวเองก็ทำได้”
“อยากให้ทุกคนเห็นว่าการใช้เทคโนโลยีให้เป็น จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น มีเวลาไปทำอย่างอื่นที่รักมากขึ้น”
หลายครั้งสิ่งที่นำมาเล่าในคลิป มาจากความตื่นเต้นที่เพิ่งค้นพบด้วยตัวเอง
“บางแอป บางแกดเจ็ต เราเพิ่งเจอ แล้วรู้สึกว่ามันดีมากจนอยากบอกต่อ”
เพราะเชื่อว่าเทคโนโลยีที่ดีควรถูกใช้เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต ไม่ใช่ทำให้ซับซ้อนกว่าเดิม

จุดร่วมของ pportk และ Tellscore: ความตั้งใจที่เหมือนกัน
การพบกันของป้อกับ Tellscore เริ่มจากงานอีเวนต์หนึ่ง คุณป้อเล่าว่า
“ป้อบังเอิญเจอ ทีม Tellscore ในงานอีเว้นท์นึงก่อน ได้พูดคุยแล้วรู้สึกว่า
ทุกคนเป็นสไตล์เดียวกันเลย คือ เนิร์ดเหมือนกัน 5555”
และสิ่งที่ทำให้ประทับใจที่สุดคือแนวคิดที่ตรงกัน
Tellscore สนับสนุนคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ ให้ความรู้ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม
ซึ่งตรงกับสิ่งที่ pportk ยึดถือมาตลอด “อยากให้คนดูได้อะไรกลับไปทุกครั้งที่ดูจบ”
หนึ่งในความทรงจำที่ชัดที่สุด คือการได้ร่วมสอนน้องๆ เยาวชนที่กาญจนบุรี
“ตอนแรกกังวลมากเพราะเด็กๆ ยังอยู่ประถม แต่พอเริ่มสอน ทุกคนตั้งใจจนเราประทับใจสุดๆ
พวกเขากล้าถาม กล้าคิด และมีไอเดียสร้างสรรค์มาก เราเห็นอนาคตของประเทศอยู่ตรงนั้นจริงๆ”
วันที่ชื่อขึ้นบนเวทีรางวัล
“ตั้งเป้าไว้ตั้งแต่สองปีก่อนว่าอยากมีรางวัลสักครั้งในชีวิตด้านคอนเทนต์
แล้วเวที Tellscore คือความฝันที่อยากไปให้ถึงที่สุด”
วันที่อีเมลประกาศผลส่งมา เปิดอ่านซ้ำหลายรอบเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ฝันไป
“ดีใจจนพูดไม่ออก เหมือนความพยายามทั้งหมดในสองปีรวมกันอยู่ในวินาทีนั้น”
รางวัล Best Tellscore Platform Star Influencer Award
ไม่ใช่เพียงโล่เกียรติยศ แต่คือคำยืนยันว่า
“ความพยายามไม่เคยสูญเปล่า แค่รอวันที่จะผลิบานออกมาในแบบของมันเอง”
ถ้าโลกไม่มีครีเอเตอร์ โลกคงเงียบเกินไป
สำหรับคุณป้อ “ครีเอเตอร์ไม่ใช่แค่คนทำคอนเทนต์ แต่คือคนที่จุดไฟให้คนอื่นกล้าทำ กล้าแสดงตัวตน และกล้าเริ่มต้น”
ป้อเชื่อว่าในทุกแขนงของโลกใบนี้มีครีเอเตอร์ซ่อนอยู่
จะถ่ายรูป ทำอาหาร วาดภาพ หรือแต่งห้อง ทุกอย่างคือศิลปะแห่งการสร้างสรรค์
“ถ้าไม่มีครีเอเตอร์ เราอาจไม่มีวันรู้เลยว่าตัวเองก็มีบางอย่างที่ทำได้ดี เพียงแค่ยังไม่เคยลองเริ่ม”
เบื้องหลัง How-to ที่มากกว่าการสอน
เบื้องหลังคลิปสั้นที่ดูเข้าใจง่าย คือการเตรียมงานอย่างจริงจัง
ตั้งแต่จัดแสง วางมุม ไปจนถึงทดลองซ้ำหลายรอบเพื่อให้คนดูเข้าใจในครั้งเดียว
แต่สิ่งที่ทำให้ช่องนี้พิเศษ ไม่ใช่แค่เทคนิค
คือความตั้งใจที่จะให้คนดูรู้สึกว่า “ตัวเองก็ทำได้เหมือนกัน”
“เริ่มจากมือถือเครื่องเดียว ขาตั้งตัวเดียว และไฟเล็กๆ ชุดเดียว
แค่นั้นก็พอจะสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ ถ้าเราเริ่มลงมือจริงๆ”
เพราะ “ครีเอเตอร์” ไม่ใช่คนที่มีอุปกรณ์แพงที่สุด
แต่คือคนที่ใช้สิ่งที่มีอยู่ สร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้มากที่สุด
และ “ป้อ ทีเค” คือหนึ่งในนั้น


