ช่วงวัย 50+ สำหรับหลายคนอาจเป็นจังหวะที่เริ่มผ่อนแรง ค่อย ๆ ถอยออกมาจากงานหนัก
แต่สำหรับแม่ภา สุภาวดี เกษตรกรวัย 53 ปีจากศรีสะเกษ เส้นทางชีวิตกลับเลือกอีกแบบให้เธอ
ไม่ใช่แค่ “ไม่ถอย” แต่คือการ “ลุกขึ้นมาเริ่มใหม่” ในวันที่สวนยางทั้งสวนพังทลายลงต่อหน้าต่อตา
และระหว่างที่ 9Conversations ได้นั่งฟังแม่ภาเล่าเรื่องราวใต้ต้นกระบองเพชรใน “ไร่วันยังขำ”
เราก็ได้เห็นภาพชัดมากว่า ช่องนี้ไม่ได้มีแค่ความตลกหรือคอนเทนต์เกษตร
แต่มันคือบันทึกการลุกขึ้นยืนใหม่ของผู้หญิงคนหนึ่ง
ที่เลือกใช้เสียงหัวเราะและต้นไม้เล็ก ๆ เป็นคำตอบให้ชีวิตตัวเองอีกครั้ง
จากสวนยางที่ล้มเหลว…สู่ “ไร่วันยังขำ”
จุดเริ่มของช่องนี้ไม่ได้มาจากความพร้อม หรือสูตรสำเร็จอะไรเลย
แต่มาจาก “ความล้มเหลวเต็ม ๆ”
ก่อนจะมีไร่กระบองเพชรที่คนแห่มาเที่ยว วันนี้
พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นสวนยางพาราที่พังไม่เป็นท่า
รายได้หายไป ชีวิตสะดุด
และมันคือตรงนั้นเอง…ที่แม่ภาตัดสินใจว่า
“ถ้าจะเริ่มใหม่ทั้งที อยากเห็นตัวเองเติบโตไปทีละขั้นด้วยตา”
เธอเลยเริ่มบันทึกทุกอย่างที่เกิดขึ้นในไร่
ตั้งแต่การปรับพื้นที่ ปลูกต้นไม้ ทดลองเลี้ยงกระบองเพชรสายพันธุ์ใหม่
ด้วยวิธีง่ายที่สุดเท่าที่มีในมือ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ถ่าย แล้วลงเฟซบุ๊ก
ตอนนั้นไม่ได้คิดคำว่า Creator หรือ Influencer ด้วยซ้ำ
ตั้งใจแค่ว่า “อยากเก็บเรื่องราวไว้ดูเอง”
อยากเห็นตัวเองเดินจากวันที่ล้ม…ไปสู่วันที่สวนใหม่เริ่มเขียวขึ้นทีละน้อย
ต่อมาเมื่อมีลูกมาช่วยดูช่องทางออนไลน์มากขึ้น
คลิปจากเฟซบุ๊กก็เริ่มไหลไปโผล่ในแพลตฟอร์มอื่น
TikTok, YouTube, ช่องใหม่ช่องน้อยเริ่มทยอยเกิดขึ้นทีละแห่ง
แม่ภาหัวเราะตอนเล่าย้อนว่า
“ก็ไม่คิดว่าทำคลิปเล่น ๆ เรื่องสวนของตัวเองจะทำให้คนมาสนใจได้มากขนาดนี้”
จากไดอารี่ของสวน…สู่ช่องที่เป็นทั้ง “ครู” และ “เพื่อนฮา” ของคนดู
ตอนเริ่ม แม่ภาตั้งใจเพียงจะเล่าเรื่องสวนให้สนุก
อยากให้คนดูเห็นว่า ชีวิตเกษตรกรไม่ได้หม่นเทาเสมอไป
มันมีความฮา ความโก๊ะ และความภูมิใจเล็ก ๆ แทรกอยู่ในทุกวัน
แต่เมื่อเวลาผ่านไป คอมเมนต์ที่ไหลเข้ามาใต้คลิป กลับทำให้เธอเริ่มเห็นอีกด้านหนึ่ง
คำถามเล็ก ๆ จากคนดู ทำให้แม่ภารู้ว่า
“ความสนุก” ที่เธอลงไปในคลิป…กำลังแบก “ความรู้” ติดไปด้วยโดยไม่รู้ตัว
แม่ภาเลยเริ่มเปลี่ยนวิธีคิดเล็กน้อย
จากช่องที่ตั้งใจจะเล่าแต่เรื่องขำ ๆ ให้หายเครียด
กลายเป็นช่องที่ผสมทั้ง “สาระ” และ “เสียงหัวเราะ” ลงไปในจานเดียวกัน
แต่เธอไม่เคยเชื่อว่าการให้ความรู้ต้องนั่งสอนให้เครียด
ไม่ต้องตั้งกล้องแล้วพูดเหมือนบรรยายหน้าห้องเรียน
สิ่งที่แม่ภาทำคือ
พูดไป หัวเราะไป ทำสวนไป
คนดูนั่งฟังเรื่องตลก แต่อยู่ดี ๆ ก็ได้ความรู้เรื่องดิน เรื่องต้นไม้ แทรกเข้าไปแบบไม่ทันตั้งตัว
คลิปที่แจ้งเกิด “ไร่วันยังขำ”
ในโลกที่มีคอนเทนต์เรื่องสวนมากมาย
คนสอนปลูกผัก สอนดูแลดิน สอนเรื่องปุ๋ย
แล้วอะไรทำให้ช่องเล็ก ๆ จากศรีสะเกษช่องนี้โดดเด่นขึ้นมา?
แม่ภาเล่าว่า จุดเปลี่ยนอยู่ที่ “ผลกระบองเพชร”
เดิมที หลายคนคุ้นเคยกับกระบองเพชรว่าเป็นแค่ไม้ประดับ
มีหนาม แหลม สวย แต่…ไม่น่าจะกินได้
จนวันหนึ่งแม่ภาเริ่มทำคลิป “เก็บผลกระบองเพชร” จากสวนตัวเอง
แล้วเอามาปรุงเป็นอาหารให้ดูแบบชัด ๆ ตรง ๆ
ปรากฏว่าคลิปนั้นคนดูถล่มทลาย
คอมเมนต์ก็เดือดไม่แพ้กัน แต่เป็นเดือดแบบขำ ๆ
มีทั้งคนถามจริงจังว่า “กินได้จริงไหม”
บางคนแซวว่า “แม่เอาผลแอปเปิ้ลมาทำแทน”
บางคนไม่เชื่อว่าผลกระบองเพชรจะเอามาทำเมนูอาหารได้จริง
แม่ภายิ้มแล้วบอกว่า
“นั่นล่ะ คลิปแจ้งเกิดของไร่วันยังขำเลย”
จากวันนั้น ช่องของเธอก็เริ่มถูกจดจำในฐานะ “สวนที่เล่าเรื่องกระบองเพชรได้สนุกที่สุดที่หนึ่ง”

อยู่รอดในวงการนี้ได้…เพราะไม่หยุดลองของใหม่
เมื่อถามว่าอะไรทำให้แม่ภาอยู่ในวงการครีเอเตอร์ได้นาน
คำตอบของเธอชัดมากและตอบทันที
“ต้องกล้าทำของใหม่”
เพราะในโลกออนไลน์ คนเจอคอนเทนต์คล้ายกันทุกวัน
คนสอนปลูกต้นไม้ มีเต็มฟีด
แต่แม่ภาเลือกหยิบสิ่งที่คน “คุ้น” อยู่แล้ว
มาเล่าในมุมที่ “ยังไม่มีใครเล่าแบบนี้มาก่อน”
กระบองเพชรที่คนเคยคิดว่าแค่ตั้งโชว์
พอผ่านมือแม่ภา ก็กลายเป็นตัวละครหลักของเรื่องราวใหม่ ๆ
ทั้งการปลูก การดูแล การเก็บผล การแปรรูป
ทั้งหมดถูกเล่าผ่านภาษาถิ่นบ้าง มุกขำบ้าง ท่าทางขี้เล่นบ้าง
เธอย้ำว่าความรู้ทุกอย่างที่ได้มา…ห้ามหยุดแค่ “จำ”
ต้อง “เอามาปรุงต่อ” ให้ได้
สิ่งที่แม่ภาเชื่อ คือคนเรา “ต้องต่อยอดให้เป็น”
เรียนรู้อะไรมาก็แล้วแต่ ถ้าเอามาผสมกับชีวิตจริงของตัวเองไม่ได้
มันก็จะกลายเป็นความรู้ที่วางอยู่เฉย ๆ
แต่พอเอามาปรับใช้ในสวน ปรับใช้ในคอนเทนต์
มันจะกลายเป็นเรื่องเล่าที่คนจำได้จริง ๆ
จากคนอยู่สวนเงียบ ๆ …สู่เจ้าของไร่ที่มีคนต่างชาติมาเคาะประตูเกือบทุกวัน
เมื่อถามว่า การเป็นครีเอเตอร์มอบโอกาสอะไรให้แม่ภาบ้าง
เธอหัวเราะก่อนตอบว่า “เยอะมาก แบบเยอะมากๆ”
จากคนที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในสวนเงียบ ๆ
วันนี้แม่ภากลายเป็นเจ้าของพื้นที่เล็ก ๆ ที่มีผู้คนแวะเวียนมาแทบทุกวัน
ทั้งคนในพื้นที่ คนต่างจังหวัด
กระทั่งคนต่างชาติที่ตามมาจากในจอ
“เขามาดูสวนกระบอกเพชร มาแลกเปลี่ยนความรู้กัน” แม่ภาว่า
การได้คุยกับคนจากหลายที่ ทำให้แม่ภาได้มุมมองใหม่กลับมาเสมอ
บางคนสอนเรื่องสายพันธุ์ต้นไม้จากต่างประเทศ
บางคนเล่าเรื่องวิธีทำเกษตรแบบบ้านเขา
บางครั้งไป ๆ มา ๆ กลายเป็นวงคุยเล็ก ๆ กลางสวน
ที่ใครก็หยิบประสบการณ์ของตัวเองมาแบ่งปันกันได้
โอกาสที่ช่องนี้ให้กับแม่ภา จึงไม่ใช่แค่เรื่องรายได้
แต่มันคือการพา “โลกทั้งใบ” เดินเข้ามาหาเกษตรกรคนหนึ่ง ถึงกลางไร่
สิ่งที่คนดูได้กลับไปจาก “ไร่วันยังขำ”
สำหรับคำถามที่ว่า คนดูได้อะไรจากช่องนี้
แม่ภาตอบแบบไม่ต้องคิดนานเลยว่า
“รอยยิ้ม”
คำตอบสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความภูมิใจในน้ำเสียง
แม่ภารู้ดีว่าคำว่า “รอยยิ้ม” อาจฟังดูธรรมดา
แต่สำหรับเธอ รอยยิ้มที่เกิดขึ้นใต้คลิปทุกคลิป
ล้วนมาจากความตั้งใจจริง ๆ ที่อยากให้คนดู
ได้พักหายใจจากความเหนื่อยของแต่ละวัน
ในขณะเดียวกัน เธอก็ไม่ปล่อยให้คลิปมีแต่ความขำ
ทุกคลิปยังซ่อนสาระเล็ก ๆ ไว้เสมอ
เรื่องดินภูเขาไฟ
เรื่องการออกดอกของกระบองเพชร
เรื่องการดูทุเรียน
เรื่องการเก็บผลสด
คนอาจกดเข้ามาดูเพราะท่าทางขี้เล่นของแม่ภา
แต่สุดท้ายกลับได้ความรู้เกษตรติดมือออกไปแบบไม่รู้ตัว

ความรู้สึกที่ขึ้นเวทีใหญ่ครั้งแรกในชีวิต
บนเวที Thailand Influencer Awards 2025 by Tellscore
ชื่อ “ไร่วันยังขำ” ถูกประกาศในฐานะ The Winner รางวัล Best Silver Content Creator Award
แม่ภาเล่าว่า เพียงแค่การได้ขึ้นกรุงเทพฯ มาร่วมงาน
ก็ทำให้รู้สึกตื่นเต้นมากแล้วสำหรับคนที่ปกติอยู่แต่สวน
เธอคิดเสมอว่าตัวเองเป็นแค่ “สวนเล็ก ๆ”
จึงยิ่งรู้สึกดีใจและภูมิใจมาก
ที่มีคนมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่เธอทำจากมุมเล็ก ๆ ในจังหวัดศรีสะเกษ
ในงานเดียวกันนั้น แม่ภายังได้เจอครีเอเตอร์มากมาย
หลายคนเป็นหน้าจอที่เธอเคยเห็นผ่านโทรศัพท์
แต่วันนี้ได้ทักทาย พูดคุย หัวเราะใกล้ ๆ กันจริง ๆ
ส่วนช่วงที่ต้องขึ้นรับรางวัลบนเวที
แม่ภาเล่าว่า “ตื่นเต้นจนลืมหายใจ ลืมไปเลยว่าพูดอะไรมั้ง”
เธอยิ้มกว้างตอนเล่าถึงโมเมนต์นั้น
และบอกว่ามันคือหนึ่งในเหตุการณ์ที่ตื่นเต้นที่สุดในชีวิตแล้ว
แต่ “อยากอยู่กับพื้นที่นี้จริง ๆ”
ปี 2026: ปีที่รสชาติของกระบองเพชรจะเดินทางจากสวน…สู่ครัว
อนาคตของ “ไร่วันยังขำ” ไม่ได้หยุดแค่เป็นสวนสวย ๆ ให้คนมาถ่ายรูป
แม่ภามีแผนชัดเจนในหัวว่า ปีหน้าอยากเปิด “ครัวเมนูกระบองเพชร” แบบจริงจัง
เดิมทีในสวนมีคาเฟ่เล็ก ๆ ไว้ต้อนรับคนที่แวะเวียนมา
แต่ต่อไป เธออยากให้ที่นี่เป็นที่ที่คนได้ “ชิม” กระบองเพชรด้วย
ไม่ใช่แค่มองดูผ่านคลิป หรือเดินดูแต่ต้นในสวน
เมนูจากผลกระบองเพชรที่เคยเห็นแค่ในวิดีโอ
จะกลายเป็นจานจริง ๆ ที่คนได้ลองชิมตรงหน้า
คอนเทนต์ในปีหน้าจึงไม่ได้มีแค่เรื่องปลูกต้นไม้
แต่จะเล่าเรื่อง “ครัวไร่วันยังขำ” ไปพร้อมกัน
ตั้งแต่เก็บผลจากต้น จัดการในครัว จนถึงจานสุดท้ายที่เสิร์ฟให้คนกิน
แม่ภาทิ้งท้ายเบา ๆ ว่า “อยากให้ทุกคนรอติดตาม แล้วมาโตไปด้วยกัน”
ถ้าอายุเลย 50 แล้ว…อยากเริ่มเป็นครีเอเตอร์ ยังทันไหม?
แม่ภาตอบชัดเจนมากว่า
“ทันแน่นอน ไม่มีคำว่าช้าเกินไป”
เธอบอกว่า ไม่ว่าเราจะกำลังทำอะไรอยู่
เราสามารถ “เล่า” สิ่งนั้นได้เสมอ
ชีวิตเกษตรกร ชีวิตคนออฟฟิศ พ่อค้า แม่ค้า คนขับรถ คนเลี้ยงหลาน
ทุกอาชีพมีเรื่องเล่าที่คนอื่นไม่เคยเห็นอยู่แล้ว
การทำคอนเทนต์จึงไม่ใช่การสร้างชีวิตปลอม ๆ ขึ้นมาเพื่อให้คนดู
แต่คือการค่อย ๆ หยิบ “ชีวิตจริง” ของตัวเอง
มาตีแผ่ในมุมที่เราอยากแบ่งปันให้โลกเห็น
และแม้เราจะเริ่มทำคอนเทนต์เพื่อ “ให้คนอื่นดู”
สุดท้ายแล้ว เราเองนี่แหละที่จะได้ “ประสบการณ์ที่คาดไม่ถึง” กลับไป
วันนี้ one_young_kham_farm หรือ “ไร่วันยังขำ”
จึงไม่ได้เป็นแค่ช่องเกษตร หรือช่องสายฮา
แต่มันคือหลักฐานชัด ๆ ว่า
บางครั้งความล้มเหลวที่ทำให้เราต้องเริ่มใหม่ทั้งชีวิต
อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องเล่าที่สวยที่สุดเรื่องหนึ่งก็ได้
เหมือนที่แม่ภาเลือกทำ
และทำให้ “ไร่วันยังขำ”…กลายเป็นไร่ที่ทำให้คนทั้งประเทศยิ้มได้จริง ๆ ทุกวัน


