งานรุ่ง ภาษีรอด! ด้วยเคล็ดลับจัดการรายได้ฉบับครีเอเตอร์

ยินดีกับความสำเร็จของชาวครีเอเตอร์ที่งานรุ่งจนรายได้พุ่งไม่หยุด!

9 Conversations อยากเห็นคุณมีความสุขกับทุกจ๊อบที่เข้ามา เราจึงสรุปทุกประเด็นภาษีสำหรับอาชีพอิสระมาให้ครบในที่เดียว ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวิธีคำนวณที่แม่นยำ เพื่อให้การบริหารเงินของคุณเป็นเรื่องง่ายและลงตัว

ตอบแบบง่าย ๆ ภาษี (TAX) คือ เงินที่รัฐเรียกเก็บจากประชาชนอย่างเรา ๆ เพื่อนำไปพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สร้างถนน สร้างสะพาน หรือแปลงไปเป็นสวัสดิการส่วนรวมต่าง ๆ ซึ่งภาษีจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • ภาษีทางตรง: ภาษีที่เก็บจาก ‘รายได้’ ของเราโดยตรง 
  • ภาษีทางอ้อม: ภาษีที่เก็บจากการบริโภคของเรา

ซึ่งคนที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษี ก็คือ ‘ทุกคนที่มีรายได้’ จะข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ คนทำงานออฟฟิศ เจ้าของกิจการ หรือแม้แต่งานอิสระจำพวกฟรีแลนซ์ ครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ ก็ต้องจ่ายเช่นเดียวกัน รวมถึงนิติบุคคลอย่างบริษัท ห้างร้าน ก็ถือเป็นผู้เสียภาษีด้วย

จ่ายแค่ VAT 7% คือจ่ายภาษีแล้วใช่ไหม?
คำตอบคือ “ใช่! แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมดที่ต้องจ่าย”
เพราะ VAT หมายถึง ‘ภาษีทางอ้อม’ หนึ่งในประเภทของ TAX เท่านั้น 

VAT คือการเก็บภาษีจากการขายสินค้า / บริการ ซึ่งผู้ประกอบการสามารถทำหน้าที่เป็นเพียงผู้นำส่ง แล้วบวกเพิ่มมากับราคาสินค้าได้ 

ดังนั้น การที่เราซื้อของแล้วจ่าย VAT 7% (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) ถือว่าเราทำหน้าที่พลเมืองในการจ่ายภาษีทางอ้อมเรียบร้อยแล้ว แต่ในฐานะคนที่มีรายได้ เรายังมีหน้าที่จ่ายภาษีทางตรงอีกทางหนึ่ง

ขอแยกเป็น 2 กรณี ทั้งมือใหม่ที่ยังรับงานในนามตัวเอง และมือเก๋าที่อยากก่อตั้งบริษัท

รับงานในนามบุคคล (ไม่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัท)

ครีเอเตอร์หลายคนเพิ่งมีฐานผู้ติดตามเพิ่มขึ้น และยังดูแลงานทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวไหวอยู่ เวลาส่ง Quotation (ใบเสนอราคา) ให้กับลูกค้า ก็ยังใช้ชื่อตัวเองเป็นผู้รับเงินอยู่ ภาษีที่คุณต้องจ่าย เราเรียกว่า ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภงด. 90/91)

รายได้ที่ต้องเสียภาษี และหัก ณ ที่จ่าย ขึ้นอยู่กับประเภทของรายได้ แบ่งได้เป็น:

  • ค่าทําของ ค่าจ้างทํางาน เช่น เขียนคอนเทนต์ ออกแบบกราฟิก ตัดต่อวิดีโอ หักภาษี ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าโฆษณา หรือ รายได้จากการโพสต์โฆษณาสินค้าหรือบริการลงบนโซเชียลมีเดีย หักภาษี ณ ที่จ่าย 2 – 5 % (ขึ้นอยู่กับสัญญา)
  • ค่าลิขสิทธิ์ หรือ รายได้จากการให้สิทธิใช้คอนเทนต์ เช่น การขายวิดีโอ รูปภาพ หรือบทความ หักภาษี ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าการเป็นพิธีกร, วิทยากร บรรยายตามงานต่าง ๆ หักภาษี ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าพรีเซ็นเตอร์, งานโชว์ตัว, งานแสดง, ออกอีเวนต์ หักภาษี ณ ที่จ่าย 5%

รับงานในนามนิติบุคคล (จดทะเบียนเป็นบริษัท)

ครีเอเตอร์บางคนปั้นช่องจนเริ่มมี Community เป็นของตัวเอง และพร้อมสำหรับการรับงานในรูปแบบบริษัท ภาษีที่คุณต้องจ่าย เรียกว่า ภาษีเงินได้นิติบุคคล 

อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล

  • รายได้ 1 – 3 ล้านบาทแรก เสียภาษี 15%
  • รายได้ เกิน 3 ล้านบาท เสียภาษี 20%

การหักภาษี ณ ที่จ่าย
เมื่อรับเงินค่าจ้างจากลูกค้า บริษัทของลูกค้าต้องออกใบหัก ณ ที่จ่ายให้

สงสัยไหม อะไรคือการจด VAT?

หมายถึง การที่บุคคลหรือบริษัทที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยเรามีหน้าที่บวกเงินเพิ่ม 7% เข้าไปในค่าสินค้าหรือบริการ เพื่อเก็บจากลูกค้าแล้วนำไปส่งให้รัฐบาล

ใช่! คุณอ่านไม่ผิด แม้คุณจะรับงานในนามชื่อตัวเอง ไม่ได้จดทะเบียนบริษัท แต่ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี คุณจะต้องเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่เช่นนั้น มีสิทธิ์โดนเก็บย้อนหลัง

จดแล้ว ต้องทำอย่างไรต่อไป

  • แจ้งลูกค้าล่วงหน้า: ตอนตกลงรับงาน อย่าลืมแจ้งลูกค้าว่า “ราคานี้ยังไม่รวม VAT 7%” เพื่อให้ลูกค้าเตรียมงบประมาณเพิ่มเติมไว้ (ลูกค้าที่เป็นบริษัทส่วนใหญ่เข้าใจและยินดีจ่าย เพราะเขาสามารถนำ VAT ซื้อไปหักคืนได้)
  • เก็บใบกำกับภาษีซื้อ: เมื่อจด VAT แล้ว เวลาคุณซื้ออุปกรณ์ทำคอนเทนต์ จ่ายค่าโฆษณา หรือค่าซ่อมแซมที่เกี่ยวกับงาน ให้ขอใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบไว้ เพราะสามารถนำมาหักลบกับ 7% ที่เก็บลูกค้ามา เพื่อลดจำนวนภาษีที่ต้องส่งจริงได้

จักรวาลภาษียังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ ยังมีภาษีบางประเภทที่คุณอาจจะต้องจ่ายเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น 

  • ภาษีโฆษณาออนไลน์: หากซื้อโฆษณาบน Facebook, TikTok, YouTube และอื่น ๆ ตอนนี้ต้องจ่าย VAT 7% แล้ว (ไม่ต้องกังวล เพราะเขาจะเรียกเก็บในบิลเดียว ตอนคุณชำระค่า Ad)
  • ภาษีศุลกากรและนำเข้า: เวลาสั่งซื้อกล้องโปร ไมค์ คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์การถ่ายทำจากต่างประเทศ คุณต้องเสียภาษีส่วนนี้เพิ่มเติม
  • อื่น ๆ เช่น ภาษีป้ายโฆษณา ภาษีที่ดิน ภาษีจากการลงทุน

ครีเอเตอร์จัดเป็นอาชีพที่ทำรายได้ และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเช่นเดียวกับอาชีพอื่น ๆ แต่ในฐานะที่ครีเอเตอร์คืออาชีพยอดฮิต ที่มีสิทธิ์จะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ เราต้องการการสนับสนุนอย่างไรจากภาครัฐ

เราดีใจที่รัฐเริ่มเข้ามา ‘กำกับ’ แต่จะอุ่นใจถ้ารัฐขยับมา ‘ดูแล’ ครีเอเตอร์ไทย

สื่อกระแสหลักเริ่มลงข่าวว่าภาครัฐเตรียมสนับสนุนให้ครีเอเตอร์ – อินฟลูเอนเซอร์ทั่วไทยยื่นแบบและเสียภาษี แต่จะดีแค่ไหน ถ้ารัฐผลักดันให้อาชีพนี้ กลายเป็นอาชีพที่ได้รับการกำกับเนื้อหาอย่างเหมาะสม พร้อมดูแลเรื่องสวัสดิการ และมองหามาตรการการลดหย่อนอื่น ๆ เพิ่มเติมให้

ครีเอเตอร์ไทยยินดีเสียภาษีให้แพลตฟอร์ม แต่ก็อยากเห็นกรอบการเก็บภาษีที่เท่าเทียมด้วย 

การเก็บภาษีแพลตฟอร์มต่างชาติไม่ใช่แค่เรื่องรายได้รัฐ แต่หมายถึงการสร้างสนามแข่งที่เท่าเทียม โดยการพัฒนา Framework จัดเก็บภาษีและนโยบายการลงทุนที่เป็นธรรม พร้อมเปลี่ยนรายได้เหล่านั้นกลับมาเป็นงบประมาณหล่อเลี้ยงระบบนิเวศดิจิทัลไทย เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพึ่งพานวัตกรรมระดับโลกกับการเติบโตอย่างมีศักดิ์ศรีของครีเอเตอร์

เพราะภาษีไม่ใช่เรื่องน่ากลัว! การเตรียมตัวตั้งแต่วันที่เริ่มรับงานจนถึงวันที่รายได้แตะหลักล้าน คือบทพิสูจน์ว่าครีเอเตอร์คืออาชีพตัวจริงที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เพราะในวันที่เราทำหน้าที่พลเมืองที่ดีอย่างเต็มที่ เราก็หวังจะเห็นรัฐขยับจากการ ‘กำกับ’ มาเป็นการ ‘ดูแล’ พร้อมสร้างสนามแข่งที่เท่าเทียมกับแพลตฟอร์มต่างชาติ เปลี่ยนหยาดเหงื่อของคนออนไลน์ให้เป็นรากฐานที่มั่นคงในอนาคต