กกต. ไม่ห้าม – อินฟลูเอนเซอร์ลงเลือกตั้งได้ อยากเป็นส.ส. สมัยต่อไป ต้องอ่าน!

23 ธันวาคมที่ผ่านมา กกต. ชี้แจงสื่อมวลชนถึงวิธีการหาเสียงท่ามกลางสนามการเลือกตั้งที่กำลังเปิดฉาก หนึ่งในนั้นมีประเด็นที่น่าสนใจอย่างมาก คือในปีนี้ กกต. ไฟเขียวให้อินฟลูเอนเซอร์ – ยูทูบเบอร์ลงสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ เพราะไม่เข้าข่าย ‘เจ้าของสื่อ’

หลายฝ่ายมองว่า มุมมองนี้จะเขย่าสนามการเลือกตั้งให้มีสีสันกว่าทุกปี และเปิดโอกาสให้คลื่นลูกใหม่ไหลเข้าสู่สนามการเมืองมากขึ้น แต่เส้นแบ่งระหว่างการทำคอนเทนต์กับการหาเสียงคืออะไร มีอะไรที่อินฟลูฯ ผู้อยากลงเล่นการเมือง (ในอนาคต) ควรรู้ไหม มาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน

รัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) ระบุไว้ชัดเจนว่า คุณสมบัติของ ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้ง ต้องไม่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชน เพื่อรักษาความเป็นกลางทางการเมือง และป้องกันไม่ให้ ส.ส. ใช้องค์กรสื่อของตัวเองเป็นเครื่องมือในการหาเสียง

แต่สำหรับอินฟลูเอนเซอร์ซึ่งมีรายได้จากบริษัทหรือผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเท่านั้น จึงถือเป็นเพียง ‘ผู้ที่ใช้ประโยชน์จากสื่อ’ ตามดุลพินิจของกกต. อนุญาตให้ลงสมัครส.ส. ได้ 

ภายในกกต. ประกาศไฟเขียว ก็มีเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ตบเท้าเข้าสู่สนามเลือกตั้งกันเป็นจำนวนมาก แม้จะยังไม่คับคั่งจนกลายเป็นเทรนด์คนรุ่นใหม่ แต่ก็เป็นนิมิตหมายที่ดี

*หมายเหตุ: การยกตัวอย่างอินฟลูเอนเซอร์ในบทความ เป็นการอ้างอิงจากข้อมูลสาธารณะ ไม่ได้มีเจตนาสนับสนุนผู้สมัครรายใด

ชมคลิป: BADBITCHBKK

เริ่มต้นกันที่คุณวีร์ ศรีวราธนบูลย์ หรือ วี BADBITCHBKK แร็ปเปอร์สาวมากความสามารถจากรั้วจามจุรี หนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน The Rapper 2021 และนักกีฬายกน้ำหนักหญิงผู้ซ่อนพลังมหัศจรรย์ไว้ เธอเปิดช่อง YouTube ชื่อ BADBITCHBKK โชว์เบื้องหลังสนุก ๆ ของชีวิตแร็ปเปอร์ และออกซิงเกิลฮิป ๆ ตามแบบฉบับของตัวเอง 

แม้ก่อนหน้านี้จะไม่ค่อยสนใจการเมืองเท่าไหร่ แต่คำถามที่ผุดขึ้นในใจกลับดังขึ้นเรื่อย ๆ ว่าจะเอาตัวรอดไปวัน ๆ หรือลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างในฐานะคนรุ่นใหม่เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ เธอจึงลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 23 ภายใต้ร่มพรรคประชาธิปัตย์ (Source: The Standard)

อีกท่านที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือคุณศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ หรือคุณแม็กกี้ ดีกรีนักแสดงสมทบจากภาพยนตร์ชื่อดังที่เราคุ้นตา ทั้งบท ‘ทุย’ จากภาพยนตร์เรื่องอันธพาล (2555) ขุนพันธ์ (2559) และอีกมากมาย สำหรับบทบาทการเป็นครีเอเตอร์ เขามีคลิปสั้นสนุก ๆ ติด #TikTokการละคร มาแบ่งปันกับผู้ชมเสมอผ่าน TikTok: MackyStory ซึ่งทำมานานหลายปี จนมีผู้ติดตามเกิน 7 แสนคน

ชมคลิป: MackyStory

ในปีนี้ คุณแม็กกี้ ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้งในจังหวัดนครราชสีมาเขต 3 ซึ่งเป็นเขตที่เขาดูแลอยู่เดิมในสมัยก่อนหน้า เขาจึงถือเป็นหนึ่งในอินฟลูเอนเซอร์ที่เคยพิสูจน์ฝีมือในสนามการเมืองมาแล้ว

ปิดท้ายที่อินฟลูเอนเซอร์สายการเงินและการลงทุนอย่างคุณพงศ์ธร ธาราไชย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบมจ. โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส และเจ้าของเพจ ‘ปป รวยกว่าย่อมดีกว่า’ ที่มีผู้ติดตามกว่า 2 แสนคน

คอนเทนต์ของคุณพงศ์ธร คือการวิเคราะห์เศรษฐกิจระดับมหภาค และแนะเคล็ดลับด้านการเงินและการลงทุนให้กับผู้ที่สนใจ สอดแทรกการแชร์เทคนิคแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนบ้าง และการตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งคราวนี้ เขามีจุดยืนชัดเจนว่าการเมืองต้องเป็นเครื่องมือแกปัญหาประเทศอย่างเด็ดขาด จึงเปิดตัวลงสมัครเป็นผู้แทนในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ สู้ศึกเลือกตั้ง 69 ด้วย

แม้คุณสมบัติการเป็นผู้แทนของอินฟลูเอนเซอร์ – ยูทูบเบอร์จะไม่ได้ถูกตั้งคำถาม แต่ก็ต้องยอมรับว่า ‘พื้นที่สื่อ’ ในมือของพวกเขามีโอกาสทำให้เกิดได้ทั้งคุณูปการและความเสี่ยง เราจึงเปิดบทกฎหมายเลือกตั้งและการทำคอนเทนต์ขึ้นมาวิเคราะห์ร่วมกัน และนี่คือสิ่งที่อินฟลูเอนเซอร์ผู้ลงสนามการเมืองควรระวัง

1. ซื้อใจด้อมด้วยงานรื่นเริง เสี่ยงผิดกฎหมายเลือกตั้ง

สมัยนี้อินฟลูเอนเซอร์ต่อยอดการทำคอนเทนต์จากออนไลน์สู่ออฟไลน์ มีการจัด Fan Meeting รวมตัวแฟนคลับให้เห็นกันอยู่ทั่วไป กระทั่งงานทอล์ค งานโชว์ตัว หรือปาร์ตี้วันเกิดก็ยังมี แต่ถ้าคุณลงสมัครผู้แทน จะสร้างแรงจูงใจให้คนกาเบอร์ของคุณ ด้วยการสัญญาว่าจะจัดมหรสพรื่นเริงไม่ได้ และแน่นอนว่า จัดงานขึ้นมาก่อน แล้วค่อยหาเสียงในงานนั้น ก็สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายเลือกตั้งเช่นกัน

2. ทำคอนเทนต์พูดมันส์ ๆ เอาสะใจ ระวังเข้าข่ายปลุกระดม

ลักษณะคำพูดที่ใช้ในคอนเทนต์ของอินฟลูเอนเซอร์แต่ละคนแตกต่างกันออกไป บางคนอาจใช้การพูดเป็นกันเอง สอดแทรกคำหยาบเพื่อเพิ่มอรรถรสเป็นจุดขาย แต่ในกรณีของผู้ที่กำลังสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทน ต้องระวังเรื่องนี้มากกว่าคนอื่นเป็น 10 เท่า!! หากเผลอทำคอนเทนต์พูดรุนแรง ปลุกใจ ควบรวมกับการหาเสียงให้กับตัวเอง เสี่ยงผิดข้อห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ตามระเบียบของกกต. 

3. ให้สื่อที่รู้จักช่วยหาเสียงผ่านวิทยุ – โทรทัศน์ เสี่ยงผิดกฎหมายเลือกตั้ง

อินฟลูเอนเซอร์หลายคนก็รู้จักกับเพื่อนสื่อในวงการ การโพสต์ข้อความหรือวิดีโอในช่องทางของตัวเองย่อมเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่จงหยุดความคิดไว้! ถ้าคิดจะฝากพี่ ๆ ในวงการสื่อช่วยนำคอนเทนต์ไปลงในสื่อ Mainstream ทางวิทยุ – โทรทัศน์ให้ (หรือจะซื้อโฆษณาอย่างตรงไปตรงมาก็ไม่สามารถทำได้) 

4. ระวังคำพูดที่ทำลายเจตนารมณ์การเลือกตั้ง

เป็นธรรมดาที่อินฟลูเอนเซอร์จะลุกขึ้นมาอัดคลิปพูดกับกล้อง หรือแสดงความคิดเห็นด้านการเมืองในแง่มุมของคุณ แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณเองสมัครใจลงสนามการเมืองด้วยตัวเอง พึงระวังคำพูดที่ทำลายเจตนารมณ์การเลือกตั้ง หรือปลุกระดมให้คนมองเป็นอย่างอื่น หรือไม่เห็นด้วยกับการออกไปใช้สิทธิ์

ความฝันของคุณเป็นไปได้! แต่จำเป็นต้องมีการเตรียมพร้อมมากกว่าผู้ที่คร่ำหวอดอยู่บนถนนสายการเมือง และอย่าลืมว่า คุณมีสื่อในมือที่ต้องระมัดระวังทุกครั้งเมื่อจะใช้

  • ศึกษากฎหมายที่จำเป็นให้พร้อม: ผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ควรศึกษารัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2560 (ฉบับปัจจุบัน), พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. 2561 และพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 
  • ทำความเข้าใจบทบาทและหน้าที่: ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตัวเอง รวมถึงข้อห้าม ความเสี่ยง และทุกอย่างที่จำเป็นต้องทำถ้าได้รับตำแหน่ง
  • ศึกษานโยบายของพรรคต้นสังกัด: ประมวลผลว่าเส้นทางของพรรคที่จะไปสังกัด กับเส้นทางของคุณคือเส้นทางเดียวกันหรือไม่ ไม่มีถูกผิด แค่ต้องเลือกให้เหมาะสม
  • ศึกษาจรรยาบรรณสื่อเพิ่มเติม: แสดงความรับผิดชอบต่อสื่อที่มีในมือ แม้คุณเป็นเพียง ‘ผู้ใช้’ ไม่ใช่ ‘เจ้าของ’ ด้วยการอ่านจรรยาบรรณสื่อ และทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

ปัจจุบันอินฟลูเอนเซอร์เป็นหนึ่งในอาชีพที่ได้รับการยอมรับ และมีบทบาทมากในสนามการเมือง ตั้งแต่ตอนที่เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์อยู่เบื้องหลัง วิพากย์การเมืองผ่านคอนเทนต์ในช่องทางของตัวเอง ก็สร้างแรงกระเพื่อมได้มาก และทรงอิทธิพลไม่น้อยต่อการตัดสินใจของผู้คน

สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น ต่างประเทศก็เช่นกัน CNN รายงานว่าในการประชุมใหญ่ของพรรคเดโมแครตปี 2567 มีการมอบบัตรประจำตัวสื่อให้กับอินฟลูเอนเซอร์มากกว่า 200 คน พร้อมจัดห้องรับรองที่สะดวกสบายให้ นอกจากนี้ Tim Walz หนึ่งในผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของพรรค ก็เคยไปปรากฏตัวในช่อง YouTube สัตว์เลี้ยงชื่อดัง (ไม่ได้หาเสียง แค่จูงสุนัขเดินผ่านและทักทายกับชาวช่อง) ก็ทำให้คลิปนั้นยอดวิวพุ่งสูงถึง 600,000 ครั้ง บน YouTube และ 1.5 ล้านครั้งบน X (Source: CNN)

บทบาทของอินฟลูเอนเซอร์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ผู้สร้างความบันเทิงอีกต่อไป แต่กำลังขยายไปสู่การเป็นผู้มีส่วนร่วมในโครงสร้างทางสังคมอย่างชัดเจน

ดังนั้น คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่าอินฟลูเอนเซอร์ลงสมัครรับเลือกตั้งได้หรือไม่ แต่คือการใช้พลังของสื่อในมืออย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกระบวนการประชาธิปไตย ซึ่งเป็นโจทย์ที่ทั้งผู้สร้างคอนเทนต์ แพลตฟอร์ม และสังคมต้องร่วมกันกำหนดทิศทางต่อไป