2026 ยังทันอยู่ไหม…ถ้าใจอยากเป็นอินฟลูเอนเซอร์

คำถามนี้ ไม่ได้ถูกถามจากคนดู แต่ถูกถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากคนที่กำลัง “จะก้าวลงสนามจริง”

ต้องยอมรับว่าในปี 2025 ไม่มีใครตั้งคำถามแล้วว่า “อินฟลูเอนเซอร์คืออะไร?” เพราะสิ่งนี้ไม่ใช่ของใหม่ แต่โลดแล่นอยู่ทั้งในออฟไลน์ และออนไลน์จนคุ้นตาคนทุกเพศทุกวัย จนคนส่วนใหญ่เริ่มตั้งคำถามว่า “อาชีพนี้…คลิเช่แล้วหรือไม่?”

ข้อมูลจาก Statista ระบุชัดว่า ในปี 2025 เศรษฐกิจอินฟลูเอนเซอร์ทั่วโลกยังคงเติบโตอยู่ราว 20 – 30% ต่อปี คิดเป็นมูลค่าสูงถึง หนึ่งล้านล้านบาท แบรนด์ส่วนใหญ่ (69%) ยังคงทุ่มงบประมาณไปกับเรื่องนี้ เพราะการันตีผลลัพธ์ได้มากกว่าโฆษณาแบบอื่น

ตัวเลขสะท้อนให้เห็นว่า อาชีพอินฟลูเอนเซอร์จะยังมีก้าวต่อ ๆ ไป แสงไฟสำหรับคนที่อยากก้าวเข้าสู่สนามนี้ยังคงส่องสว่างอยู่เสมอ เพียงอาจมีบางอย่างที่คุณต้อง ‘ปรับ’ และ ‘เปลี่ยน’ เพื่อก้าวให้ทันเกม

ไม่ต้องกังวล Tellscore ขออาสาเป็นพาร์ทเนอร์ให้คุณเอง ในฐานะคนที่เห็นทั้งมุมของอินฟลูเอนเซอร์ แบรนด์ และผู้บริโภค พร้อมข้อมูลจริงจากสนามที่เกิดขึ้นทุกวัน

ชมตัวอย่างรายการ: Face Off

ถ้าคุณสังเกต ช่วงต้นของบทความ เราระบุสถานะของอินฟลูเอนเซอร์ว่าเป็น ‘อาชีพ’ ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ เพราะตั้งแต่ปี 2024 ที่ผ่านมา อินฟลูเอนเซอร์ทั่วโลกหารายได้จากงานนี้แบบฟูลไทม์สูงเป็นประวัติการณ์ เนื่องมาจากการเลย์ออฟจากบริษัทยักษ์ใหญ่ 

ในช่วงนี้ สิ่งที่เติบโตขึ้นคู่ขนานกันไปกับตลาดอินฟลูเอนเซอร์ คือความนิยมในการใช้ AI ที่แผ่ขยายไปยังหลายวงการ ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานสายเทคโนโลยี, นักเขียน, นักแปล, สื่อมวลชน ฯลฯ จนในที่สุดก็เกิด Virtual Influencer ขึ้นในปี 2016 – 2022, เกิด Assisted Avatar (ตัวละครเสมือนจริงในรูปแบบปัญญาประดิษฐ์) ขึ้นในปี 2020 – 2022 ต่อมารายการโทรทัศน์เริ่มนำเทคโนโลยี AI มาเป็นกิมมิกของรายการ เช่น ‘FACE OFF แฝดคนละฝา’ ที่ใช้ Humanized Gen AI Creator สร้างรูปหน้าของฝาแฝดดาราขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

การมาของ AI พลิกโฉมสนามอินฟลูเอนเซอร์ให้มีสีสัน และยังทำให้การแข่งขัน ‘ดุดัน’ ขึ้นอีกด้วย เพราะนอกจากอินฟลูเอนเซอร์หน้าใหม่จะต้องสร้างตัวตนให้โดดเด่นเทียบชั้นรุ่นพี่ที่มีฐานแฟน ๆ แน่นกว่าแล้ว ยังต้องพัฒนาตัวเองให้ ‘เจ๋ง’ จนคนเลือกเสพมากกว่า AI 

หากคุณตั้งใจจะปั้นตัวเองให้กลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์หน้าใหม่ สิ่งหนึ่งที่คุณต้องรู้คือ “AI Influencer รุกเข้ามาแข่งกับคุณแล้วจริง ๆ” แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า คุณไม่มีอะไรจะสู้ได้

  • ความเร็วและข้อมูล คือ ‘หมัดฮุค’ ของ AI Influencer: ขนาดความจุข้อมูล, การวิเคราะห์ Big Data แบบ Real – time และความสม่ำเสมอ คือสิ่งที่ทำให้ AI เหนือมนุษย์ สร้างคอนเทนต์ใหม่ ๆ เอาใจแฟน ๆ ได้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
  • แต่ Human Trust Factor คือ ‘หมัดน็อก’ ของ Human Influencer: เชื่อมั่นในตัวเองเข้าไว้! เพราะคุณมีหลายอย่างที่ AI ไม่มี ทั้ง Trust (ความเชื่อมั่น), Authenticity (ความจริงใจ), Emotional Depth (ความลึกซึ้งทางอารมณ์) และ Ethics (การตัดสินใจตามจริยธรรม) และนี่คือเหตุผลที่แบรนด์จำนวนมาก เริ่มมองหาอินฟลูเอนเซอร์ที่มี “ความเป็นมนุษย์” ชัดเจน มากกว่าความสมบูรณ์แบบของคอนเทนต์

ดังนั้น ‘ความเป็นมนุษย์’ ที่มีสุข มีทุกข์ เจ็บปวด ร้องไห้ โห่ร้อง ดีใจ หัวเราะ ไปกับสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตนี่แหละ! คืออาวุธเดียว ที่จะทำให้คุณเพิ่มฐานแฟนชนะ AI Influencer ได้

ที่มา: Nielsen

ไม่ได้มีเพียงแต่ AI เท่านั้น ที่ทำให้วงการอินฟลูเอนเซอร์เปลี่ยนไป…

แต่ความท้าทายหลาย ๆ อย่างยังตบเท้าก้าวเข้ามา ทั้งวิกฤตข่าวปลอมบนโซเชียลมีเดีย, มิจฉาชีพไซเบอร์, ปฏิบัติการลับ ๆ แต่สร้างความเสียหายมหาศาลของแฮ็คเกอร์ ฯลฯ ทุกสิ่งล้วนทำให้คนหวาดระแวงในตัวอินฟลูเอนเซอร์ เพราะไม่มั่นใจว่ามิจฉาชีพจะแฝงตัวมาหลอกคนผ่านโซเชียลมีเดียวันไหน

แต่เราก็ต้องยอมรับว่า ช่องทางในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารกำลังเปลี่ยนไป ถึงจะหวาดระแวงในตัวอินฟลูเอนเซอร์มากเพียงใด แต่ปรากฏการณ์ Media Fragmentation หรือการแผ่ขยายของช่องทางการรับสื่อ จากการที่สื่อใหญ่หลายเจ้าถูก Disrupt ทำให้อินฟลูเอนเซอร์ก้าวขึ้นมาเป็น ‘ผู้นำ’ ในการส่งสารที่แท้จริงไปแล้ว เวลามีข่าวสำคัญ คนจำนวนมากเห็นโพสต์จาก Facebook หรือ TikTok ของอินฟลูเอนเซอร์ที่ตัวเองติดตาม ก่อนที่จะเห็นจากสำนักข่าวเสียด้วยซ้ำ

บทบาทของอินฟลูเอนเซอร์ตอนนี้จึงไม่ใช่แค่ ‘นักจูงใจ’ แต่เป็นถึง Thought Leader หรือ ‘ผู้นำทางความคิด’ ที่กำหนดทิศทางการสื่อสาร ชักนำให้คนเริ่มฉุกคิด/ไม่ฉุกคิด เชื่อ/ไม่เชื่อ และให้ความสนใจประเด็นต่าง ๆ ในสังคมได้ ซึ่งบทบาทนี้ทำให้อินฟลูเอนเซอร์ไม่ใช่แค่คนมีชื่อเสียง แต่เป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบของการสื่อสารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ตลาดอินฟลูเอนเซอร์ต้องผจญทั้งการรุกคืบจาก AI ความท้าทาย และภาระหน้าที่ที่ถาโถมจากการเกิด Digital Disruption ทำให้การเป็นอินฟลูเอนเซอร์หน้าใหม่ต่อจากนี้ ‘ไม่ง่าย!’ 

แต่ถ้าใจรัก อยากลองสู้ดูสักตั้ง เราขอแนะนำ 3 ยุทธวิธี ที่จะทำให้ฝันของคุณเป็นจริง!

ปี 2026 เป็นต้นไป ‘การสร้างแบรนด์’ คือ Key of Success ที่อินฟลูเอนเซอร์ทุกคนต้องรู้และทำได้ จินตนาการเลยว่าคุณ=แบรนด์ และต้องเป็นแบรนด์ที่ใกล้ชิดกับมวลชนพอตัว

คุณไม่ได้ต้องการแค่ Audience แต่ต้องการ Community: เคยสงสัยไหม ทำไมหลายแบรนด์สนใจ Niche Influencer ทั้ง ๆ ที่ผู้ติดตามน้อยกว่า Mid – tier หรือ Macro Influencer หลายแสน 

เพราะจริง ๆ แล้ว แบรนด์ไม่ได้จ่ายเงินซื้อ Audience แต่ซื้อ Community ที่ติดตัว Influencer แต่ละกลุ่มต่างหาก และแม้จะไม่ได้มีผู้ติดตามจำนวนมาก แต่คนที่กดติดตามก็คือแฟนคลับที่ชื่นชอบคอนเทนต์ของอินฟลูเอนเซอร์ท่านนั้นจริง ๆ และมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างเหนียวแน่น

เรายกตัวอย่างเพื่อให้คุณเห็นว่า ในระยะแรกของการปั้นฐานแฟน ควรเน้นการปรากฏตัว และปฏิสัมพันธ์ส่วนตัวที่จริงใจ พูดคุยผ่านคอมเมนต์ Reply Story หรือพูดคุยตัวต่อตัวบ้าง เพื่อเปลี่ยนผู้ติดตามให้กลายเป็นชุมชนคนรักคุณ พร้อมสนับสนุนคุณ

ลองกำหนด Role of Influencer ให้กับตัวเอง: คุณมองตัวเองเป็นอินฟลูเอนเซอร์สายไหน ลองเลือกพาร์ทที่เหมาะกับตัวเองและชูให้โดดเด่น

  • EXPERT: ผู้เชี่ยวชาญ/ให้ความรู้ อาทิ 9arm, โค้ชหนุ่ม The Money Coach, คุณหมอธนีย์ หรือ DrTany, ประธานเหมียว
  • ENTERTAIN: ผู้ให้ความบันเทิง อาทิ มอสมัดจุก, พีทอีทแหลก, เอแคลร์ จือปาก,  เทพลีลา
  • PERSUADE: ผู้โน้มน้าวใจ อาทิ DINUTBeautyBrains, EYETA, iMoD
  • INSPIRE: ผู้สร้างแรงบันดาลใจ อาทิ Farose, เขื่อน ดนัย, แม่ภาจาก one young kham farm

ที่มา: Mirror Thailand

อินฟลูเอนเซอร์สมัยนี้ ไม่จำเป็นต้องปรากฏตัวบนโลกออนไลน์เพียงอย่างเดียว เพราะโลกทั้งใบต่างก็เปิดใจให้กับคุณ ดังที่คุณเคยเห็นงานแฟนมีตต่าง ๆ เช่น C’est Moi Chopluem ของโจวปลื้ม อินฟลูเอนเซอร์สาวสายไลฟ์สไตล์, งานเปิดโกดังของ Gluta Story เพจ Pet Influencers ชื่อดัง ซึ่งจัดมาแล้วถึง 4 ครั้ง รวมถึงงาน FaraTalk ของช่อง Farose ที่จัดกี่ครั้งก็ขายบัตรได้ถล่มทลาย

เหล่านี้เป็นตัวอย่างให้คุณเห็นว่า อินฟลูเอนเซอร์ ยืนเฉิดฉายอยู่บนแสงไฟ เวที และท่ามกลางผู้คนเฉกเช่นนักร้อง นักแสดงได้ และนี่คือจุดหมายที่คุณต้องไปให้ถึงหากคิดจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์ในอนาคต

แล้วต้องทำอย่างไร…จะเดินไปไกลได้ถึงจุดนี้

คำตอบคือ คุณต้องสร้าง Connection ให้กับตัวเองตั้งแต่วันนี้ ลองเข้าร่วมงานอีเวนต์ที่ตัวเองสนใจ เรียนรู้ระบบ Membership บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เปิดทางให้แฟน ๆ ทำความรู้จักคุณ และเปิดโอกาสให้ตัวเองรู้จักกับผู้คนกลุ่มใหม่ ๆ อยู่เสมอ 

จากการเฝ้าสังเกตวงการอินฟลูเอนเซอร์มาหลายปี เห็นได้ชัดว่าตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป คอนเทนต์หมวดที่สร้างคุณค่าทางสังคม เน้น ‘มนุษยสัมพันธ์’ และ ‘มนุษยธรรม’ จะมาแรง และเราคิดว่าไม่สายเกินไป ถ้าคุณจะอัปสกิลเหล่านี้ไว้ตั้งแต่วันนี้

  • Cross Culture Influencers: ผู้คนจำนวนมากกำลังสนใจเสพความต่างของวัฒนธรรม อินฟลูเอนเซอร์ที่มีความถนัด 2 ภาษา หรือใช้ชีวิตอยู่มากกว่า 1 ประเทศจะได้เปรียบ เวลาทำคอนเทนต์เชิงเปรียบเทียบวัฒนธรรมของ 2 แผ่นดินที่ต่างกัน
  • ESG Influencers: ประเด็น Sustainability ถูกพูดถึงมานาน ถ้ามีใครสักคนทำให้เห็นเป็นรูปธรรม โชว์ให้โลกเห็นว่า ‘ความยั่งยืน’ สร้างขึ้นในชีวิตจริงได้ ก็คงได้รับความสนใจไม่น้อย
  • Fact Check Influencers: ข่าวปลอม, ข้อมูลปลอม, สินค้าปลอม ระบาดจนแทบแยกไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร แต่ถ้าคุณสามารถชำระล้างข้อสงสัยในใจของคนส่วนมากได้ ช่องของคุณต้องมีผู้ติดตามสูงเป็นประวัติการณ์
  • Human – connect Influencers: Empathy หรือ ความเห็นอกเห็นใจ คือสิ่งที่หาได้ยากในสมัยนี้ คอนเทนต์ประเภทสร้าง Empathy จึงเป็นหนึ่งในรูปแบบที่คนโหยหา อยากจะรู้สึกอิ่มเอมใจเมื่อได้ชม
  • Pet Parent: สัตว์เลี้ยงคือภาพแทนของความเมตตา, ความอ่อนโยน และความรับผิดชอบของมนุษย์ คอนเทนต์ที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงจึงหลากหลายและเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ใครเห็นผ่านตาก็ต้องหยุดเพื่อดู

ใช่! 2026 ยังไม่สายเกินไป แค่ผลัดยุคใหม่ จากยุคที่อินฟลูเอนเซอร์แข่งกันสะสมยอดผู้ติดตาม เป็นยุคแห่งการสร้าง Trust และ Community

ดังนั้น ยังทันเวลาถ้าคุณคิดจะปั้นตัวเองให้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ เพียงให้ความสำคัญกับการสร้าง Human Quality ที่ AI ไม่สามารถทำได้ และสร้าง Community ของตัวเองให้แข็งแกร่ง แบบที่แบรนด์และผู้บริโภคกำลังตามหา