จากกรณีอินฟลูเอนเซอร์และนักร้องชื่อดัง ได้รับหมายศาลฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 70 ล้านบาท กรณีทำคอนเทนต์รีวิวขนม ที่บังเอิญมีกรณีพิพาทเรื่องเครื่องหมายการค้ากับโจทก์ ทำให้ทั่วทั้งไทม์ไลน์บนโซเชียลมีเดียต่างก็สนใจประเด็น ‘กฎหมายเครื่องหมายการค้า’ และการได้รับหมายศาลอย่างไม่คาดคิด
9Conversations ชวนเหล่าครีเอเตอร์มาเติมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา เครื่องหมายการค้า และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คุณสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างสบายใจและปลอดภัยจากปัญหาข้อกฎหมาย
สรุปสั้นใน 1 นาที: ลิขสิทธิ์ vs เครื่องหมายการค้า vs ความลับทางการค้า ต่างกันอย่างไร?
ก่อนจะเจาะลึกไปทีละประเด็น ลองมาดูสรุปความแตกต่างของ 3 แกนหลักทรัพย์สินทางปัญญาที่ครีเอเตอร์ต้องเจอบ่อยที่สุด:
1. ลิขสิทธิ์ — คุ้มครอง ‘ตัวผลงาน’
- คุ้มครองอะไร: ข้อความ บทความ ภาพถ่าย คลิปวิดีโอ เพลงประกอบ c]tงานกราฟิก
- เริ่มคุ้มครองเมื่อไหร่: คุ้มครองทันที ที่สร้างสรรค์ผลงานเสร็จ โดยไม่ต้องจดทะเบียน
- ตัวอย่าง: คลิปรีวิวที่คุณตัดต่อเอง บทความที่คุณเขียน หรือเพลงที่คุณแต่ง
2. เครื่องหมายการค้า — คุ้มครอง ‘สัญลักษณ์ / แบรนด์’
- คุ้มครองอะไร: โลโก้ ชื่อช่อง ชื่อแบรนด์สินค้า และสโลแกน
- เริ่มคุ้มครองเมื่อไหร่: คุ้มครองเมื่อนำไปจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว
- ตัวอย่าง: โลโก้ช่องของคุณ สัญลักษณ์ประจำตัวครีเอเตอร์ หรือชื่อแบรนด์เสื้อผ้าของคุณ
3. ความลับทางการค้า — คุ้มครอง ‘ข้อมูลเชิงธุรกิจ’
- คุ้มครองอะไร: สูตรลับ เทคนิคพิเศษ ข้อมูลภายใน หรือแผนการตลาดที่ยังไม่เปิดเผย
- เริ่มคุ้มครองเมื่อไหร่: คุ้มครองตราบใดที่ข้อมูลนั้นยังเป็นความลับ และมีการปกปิดอย่างเหมาะสม
- ตัวอย่าง: สูตรอาหารลับของร้านดัง รายชื่อลูกค้า VIP แผนเปิดตัวสินค้าใหม่ของแบรนด์
มองภาพรวม ‘ทรัพย์สินทางปัญญา’ เรื่องใกล้ตัวที่ครีเอเตอร์ยุคดิจิทัลต้องรู้
ก่อนจะเจาะลึกไปทีละประเด็น เราต้องทำความเข้าใจภาพรวมของสิ่งที่เรียกว่า ‘ทรัพย์สินทางปัญญา’ เสียก่อน โดยแบ่งออกเป็น 3 แกนหลักที่ครีเอเตอร์มักวนเวียนไปเจอ เริ่มจาก ‘ลิขสิทธิ์’ ที่คุ้มครองตัวผลงานทันทีที่สร้างเสร็จ, ‘เครื่องหมายการค้า’ ที่คุ้มครองชื่อหรือโลโก้เพื่อแยกแยะแบรนด์ และ ‘ความลับทางการค้า’ ที่คุ้มครองสูตรหรือเทคนิคพิเศษเฉพาะตัว
นอกจากนี้ ในปี 2026 เรายังต้องเผชิญกับแนวโน้มใหม่ในโลกดิจิทัลที่ท้าทายขอบเขตกฎหมายเดิมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI ในการสร้างสรรค์ผลงานที่นำไปสู่คำถามเรื่องความเป็นเจ้าของ หรือการทำคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มข้ามชาติที่มีกฎเกณฑ์เฉพาะตัว การมองภาพรวมให้ออกจะช่วยให้เราวางหมากในการทำคอนเทนต์ได้อย่างปลอดภัยและสง่างาม

รู้จัก ‘เครื่องหมายการค้า’ ชนวนที่หลายคนมองข้าม และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เครื่องหมายการค้า คือ สัญลักษณ์ที่ใช้กับสินค้าเพื่อแสดงความแตกต่างกับสินค้าของผู้อื่น ซึ่งผู้ขอจดทะเบียนจะต้องมีสํานักงานที่สามารถติดต่อได้ในประเทศไทย และต้องระบุรายการสินค้าที่ต้องการคุ้มครองไว้อย่างชัดเจน สำหรับลักษณะของสัญลักษณ์ ต้องมีลักษณะบ่งเฉพาะที่ทําให้ผู้บริโภคทราบว่าสินค้านั้นแตกต่างกับสินค้าอื่น และไม่ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี
สำหรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องหมายการค้า คือ พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ซึ่งมีขึ้นเพื่อคุ้มครองสิทธิของเจ้าของเครื่องหมายการค้า ป้องกันความสับสนและการหลอกลวงผู้บริโภค รวมถึงส่งเสริมความเป็นธรรมทางการค้า
ในตัวพ.ร.บ. นี้ ระบุชัดว่า การใช้เครื่องหมายที่เหมือน/คล้ายกับเครื่องหมายที่จดทะเบียนแล้วในลักษณะที่อาจทําให้ผู้บริโภคสับสน ถือเป็นการละเมิด เจ้าของเครื่องหมายสามารถฟ้องร้องผู้ที่ละเมิดสิทธิหรือใช้เครื่องหมายโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ นอกจากกรณีดังที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้ ราว 3 ปีก่อน เคยเกิดกรณี ร้านกาแฟรถเข็น ตั้งชื่อร้านและวาดโลโก้แนว Parody เลียนแบบกาแฟแบรนด์ดัง จนสุดท้ายโดนฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเหตุเพราะละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้า

อย่าลืมเรื่อง ‘ลิขสิทธิ์’ ที่แม้แต่แพลตฟอร์มชื่อดังยังพลาด!
ไม่เพียงเรื่อง ‘เครื่องหมายการค้า’ ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนเท่านั้น ‘ลิขสิทธิ์’ เอง ก็เป็นกรณีพิพาทให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะหมายศาลสะเทือนวงการครีเอทีฟที่กลุ่มนักเขียนและเจ้าของผลงานรวมตัวกันฟ้องร้อง Adobe เมื่อเดือนธันวาคม 2025 ข้อหานำผลงานของพวกเขาไปเป็นวัตถุดิบให้ AI เรียนรู้ โดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน
ถ้าจะพูดถึงนิยาม ลิขสิทธิ์ คือ สิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทําการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่สร้างสรรค์ ซึ่งผู้สร้างได้ริเริ่มขึ้นมาด้วยความรู้ ความสามารถ และความพยายามของตัวเอง เมื่อสร้างผลงานแล้ว ตัวผู้สร้างจะได้รับความคุ้มครองทันที ไม่จำเป็นต้องมีการจดทะเบียน
ประเภทผลงานที่จะได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ประกอบไปด้วย วรรณกรรม, นาฏกรรม, ศิลปกรรม, ดนตรีกรรม, โสตทัศนวัสดุ, ภาพยนตร์, สิ่งบันทึกเสียง, งานแพร่เสียงแพร่ภาพ และงานอื่น ๆ ในแขนงวรรณคดี, วิทยาศาสตร์ หรือศิลปะ
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์ คือ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ที่มีขึ้นเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ผลิตผลงานสร้างสรรค์ ป้องกันการนําผลงานไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยตัวกฎหมายระบุชัดว่า เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการทําซ้ำ, ดัดแปลง, เผยแพร่, ให้เช่าต้นฉบับหรือสําเนา ตลอดจนให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น โดยการคุ้มครองลิขสิทธิ์จะมีผลเกิดขึ้นโดยทันทีที่มีการสร้างสรรค์ผลงาน และจะคุ้มครองต่อไปอีก 50 ปี นับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่กรรม

ยังมี ‘ความลับทางการค้า’ ถ้าหลุดพูดไป อาจต้องจ่ายคำขอโทษเป็นเงินสด
อีกหนึ่งคำสำคัญที่ครีเอเตอร์ควรรู้จักก็คือ ‘ความลับทางการค้า’ ซึ่งหมายถึง ข้อมูลการค้า, สูตร รูปแบบ หรือกรรมวิธี ที่บุคคลทั่วไปยังไม่รู้จักหรือเข้าถึงไม่ได้ และเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เช่น ข้อมูลการขาย, แผนการตลาด, รายชื่อลูกค้า, ราคาประมูลสินค้า, สูตรอาหารลับ ฯลฯ
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความลับทางการค้า คือ พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 ที่ระบุชัดว่า การกระทําอันเป็นการเปิดเผย เอาไป หรือใช้ซึ่งความลับทางการค้าโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของความลับทางการค้า ซึ่งขัดต่อแนวทางปฏิบัติเชิงพาณิชย์ที่สุจริตต่อกันถือเป็นการละเมิด และเจ้าของความลับนั้นสามารถฟ้องร้องได้
3 ทริคสำคัญ ป้องกันไม่ให้ครีเอเตอร์เสี่ยง ‘ละเมิด’
เพื่อให้การทำคอนเทนต์ของคุณปลอดภัย ไม่ต้องเสี่ยงกับการได้รับหมายศาล นี่คือ 3 ข้อปฏิบัติที่ครีเอเตอร์ทุกคนควรนำไปใช้
1. ระวังตัวอย่างไร ไม่ให้เผลอละเมิด ‘เครื่องหมายการค้า’
หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อ โลโก้ หรือสัญลักษณ์ที่จดทะเบียนแล้วโดยไม่ได้รับอนุญาต และต้องไม่ลืมว่า การโฆษณา จําหน่าย หรือครอบครองสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม ถือเป็นความผิดทางอาญา และมีโทษเช่นเดียวกับผู้ปลอมแปลง แม้ว่าผู้ขายสินค้าจะไม่ได้ทําการปลอมเครื่องหมายการค้านั้นด้วยตนเอง
2. เคารพ / ขอ / ให้เครดิต – สูตรสำเร็จป้องกันการละเมิด ‘ลิขสิทธิ์’
ครีเอเตอร์ควรปกป้องผลประโยชน์จากสิ่งที่ตัวเองสร้าง และในขณะเดียวกันก็ควร ‘เคารพ’ ผลงานที่คนอื่นสร้างด้วย
ก่อนจะผลิตคอนเทนต์ออกสู่สาธารณชน ควรเคารพเจ้าของลิขสิทธิ์ ด้วยการหลีกเลี่ยงการใช้ผลงานของผู้อื่นทุกกรณี หากจำเป็นต้องนำมาอ้างอิง ควรทำเรื่องขออนุญาตอย่างเป็นกิจลักษณะ เป็นลายลักษณ์อักษร และให้เครดิตเจ้าของผลงานทุกครั้ง
Note: ‘Fair Use’ ใช้อย่างไม่ขอ อย่างไรไม่ให้ ‘ละเมิด’
Fair Use คือ ข้อยกเว้นตามกฎหมายลิขสิทธิ์ที่อนุญาตให้ผู้อื่นนำงานที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของ ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่แสวงหากำไร เช่น การศึกษา วิจัย ติชม หรือเสนอข่าว โดยการใช้นั้นต้องอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม ไม่กระทบต่อการหาประโยชน์ทางการค้า และไม่ทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์เสียรายได้เกินสมควร
3. เล่ามากไป รู้ลึกไป อาจละเมิด ‘ความลับทางการค้า’ อย่างไม่รู้ตัว
การนำเสนอข้อมูลต้องระมัดระวังไม่ให้ละเมิดความลับทางการค้าของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
ครีเอเตอร์ควรสร้างสรรค์เนื้อหาจากข้อมูลที่ถูกต้อง ได้รับการอนุญาต หรือเป็นข้อมูลสาธารณะเท่านั้น และหากได้รับข้อมูลที่อาจเป็นความลับมาโดยไม่ตั้งใจ ควรตรวจสอบและใช้งานด้วยความรอบคอบ เพื่อป้องกันความเสียหายทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากการเล่าเนื้อหาที่รู้ลึกหรือละเอียดจนเกินไป
‘ปกป้อง’ สิ่งที่สร้าง และ ‘ใช้ประโยชน์’ อย่างไรไม่ให้กลายเป็นผู้ละเมิด
ในฐานะครีเอเตอร์ การปกป้องสิ่งที่สร้างอย่างดีที่สุดคือการเก็บหลักฐานการทำงานไว้เสมอ เพื่อยืนยันว่าเราคือผู้สร้างสรรค์ตัวจริง และหากเป็นชื่อแบรนด์หรือโลโก้ที่ต้องใช้ทำมาหากินในระยะยาว การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อไม่ให้ไอเดียที่เราปั้นมากับมือกลายเป็นของคนอื่นในวันที่ชื่อเสียงโด่งดัง
ส่วนการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัวเพื่อให้งานเดินหน้านั้น หัวใจสำคัญคือการไม่เผลอละเมิดสิทธิผู้อื่นโดยไม่รู้ตัวด้วยการหมั่นตรวจสอบที่มาของข้อมูลเสมอ อย่าฝากความหวังไว้กับคำว่า “ไม่รู้” เพราะในทางกฎหมายนั้นอ้างได้ยาก การเคารพสิทธิของผู้อื่นในวันนี้ คือการสร้างเกราะป้องกันให้ผลงานของเราได้รับความเคารพจากผู้อื่นในวันข้างหน้าเช่นกัน
การทำความเข้าใจเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา คือการวางรากฐานให้วิชาชีพครีเอเตอร์เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว และเพื่อให้คุณเท่าทันทุกความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น 9Conversations ชวนคุณไปมองภาพอนาคตพร้อมกันในงานวิจัย Foresight: Futures of Content Creators in Thailand 2035 รวบรวมอนาคตเศรษฐกิจคอนเทนต์ไทย พ.ศ. 2578 และข้อมูลตัวบทกฎหมายสำคัญที่ครีเอเตอร์ยุคใหม่ห้ามพลาด เพื่อให้คุณเตรียมความพร้อมและใช้ประโยชน์จากสิ่งที่สร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่
ดาวน์โหลดไฟล์งานวิจัยฉบับเต็มได้แล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ https://th.tellscore.com/th

