รันเวย์นี้ไม่มีข้อจำกัด! เมื่อเวทีไม่ได้หาแค่ผู้ชนะ แต่เปล่งแสงเพื่อตัวตนของคนทุกเพศ

หมดยุคแล้ว! ที่เวทีประกวดในไทยจำกัดอยู่แค่กรอบมาตรฐานแบบเดิม ๆ เพราะในยุคนี้ คนรุ่นใหม่ให้คุณค่ากับการยอมรับในตัวตนอย่างเต็มภาคภูมิ บทบาทของเวทีประกวดจึงต้องแปรเปลี่ยนเป็นรันเวย์แห่งโอกาสที่เปิดกว้างให้คนทุกเพศ ทุกไลฟ์สไตล์ ได้ก้าวออกแจ้งเกิดในแบบของตัวเอง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของความบันเทิง แต่กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงกลยุทธ์การตลาดของแบรนด์ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

และหากเราลองย้อนมองดูโมเดลความสำเร็จของเวทีประกวดในไทย จะพบว่ามี 5 เวทีสำคัญที่ส่องประกายความหลากหลายได้อย่างน่าสนใจ

1. The Face Thailand

เรียลลิตี้โชว์ระดับตำนานภายใต้การนำทัพของ คุณเต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ที่ไม่ได้ปฏิวัติวงการโทรทัศน์ไทยแค่เรื่องความสนุก แต่ทลายกำแพงเรื่องเพศสภาพและวงการแฟชั่นอย่างแท้จริง การันตีด้วยการเปิดซีซั่นพิเศษอย่าง The Face Men ไปจนถึงการเปิดรับผู้เข้าประกวดที่เป็นทรานส์เจนเดอร์ให้เข้ามาแข่งขันร่วมกับทุกเพศได้อย่างเท่าเทียม

กลยุทธ์การตลาดของรายการนี้ไม่ได้โฟกัสแค่การหาผู้ชนะไปถ่ายแบบ แต่สร้าง ‘สมรภูมิปล่อยของ’ ที่ดึงเอาทัศนคติ บุคลิกภาพ และความมั่นใจเฉพาะตัวของผู้เข้าประกวดออกมาโชว์ให้โลกเห็นอย่างเต็มที่ ทำให้แม้จะไม่ได้มงกุฎหรือตำแหน่งผู้ชนะ แต่ผู้เข้าแข่งขันหลายคนก็สามารถสร้างชื่อเสียง ปั้น Personal Brand จนกลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์แถวหน้าที่แบรนด์ต่างรุมแย่งตัวไปร่วมงานหลังจากจบรายการ กลายเป็นโรงบ่มเพาะ Personal Brand ที่ทรงพลัง ทำให้แจ้งเกิดอินฟลูเอนเซอร์แถวหน้าของเมืองไทยมากมาย เช่น ติช่า กันติชา (ตัวแม่สายคอนเทนต์สนุกสนานและทัศนคติพลังบวก) ซาบีน่า ไมซิงเกอร์ จีน่า วิรายา โจเซฟ แอนโทนี่ รวมไปถึง บลอสซั่ม ชนัญชิดา และโยชิ รินรดา ที่ใช้เวทีนี้แสดงศักยภาพจนกลายเป็นครีเอเตอร์สายบิวตี้และแฟชั่นที่แบรนด์ต่างรุมแย่งตัว

2. True Academy Fantasia (AF)

ถ้าจะพูดถึงเวทีบุกเบิกที่เปิดกว้างเรื่องความหลากหลายของมนุษย์ในฐานะ ‘เรียลลิตี้ 24 ชั่วโมง’ คงต้องยกให้ ‘บ้าน AF’ สถาบันล่าฝันที่ครองใจคนไทยมาอย่างยาวนาน

จุดเด่นของ AF คือการคัดเลือกนักล่าฝันที่มีเสน่ห์และความเป็นธรรมชาติ โดยไม่จำกัดเพศ รูปร่าง หน้าตา หรือพื้นฐานทางสังคม เปลี่ยนภาพจำจากการประกวดร้องเพลงแบบเดิม ๆ มาเป็นการสร้างพื้นที่ให้ผู้ชมได้เห็นการเติบโต ความคิด และเนื้อแท้ของมนุษย์ผ่านหน้าจอ การให้ผู้ชมเห็นตัวตน ยิ้ม หัวเราะ และร้องไห้ไปพร้อมกันตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้แฟนคลับรักใน ‘ทัศนคติและเนื้อแท้’ เวทีนี้จึงผลิตอินฟลูฯ และศิลปินทรงอิทธิพลมากมาย เช่น ซานิ นิภาพร (จากนักล่าฝัน สู่พิธีกรและอินฟลูฯ สายฮาตัวท็อป), ว่าน ธนกฤต, อ๊อฟ ปองศักดิ์, คชา นนทนันท์ และ ต้อล วันธงชัย ซึ่งทุกคนล้วนต่อยอดตัวตนจากบ้าน AF สู่การเป็นครีเอเตอร์ที่มี Community พร้อมสนับสนุนอย่างยาวนาน

3. The Voice Thailand

The Voice Thailand คือเครื่องพิสูจน์ว่าความสามารถและการแสดงออกอย่างเป็นอิสระอยู่เหนือข้อจำกัดทางกายภาพ รายการนี้ส่งเสริมเรื่องความหลากหลายผ่านน้ำเสียงและสไตล์ดนตรีอย่างไร้พรมแดน และสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่งคือการต่อยอดความสำเร็จสู่โปรเจกต์พิเศษอย่าง The Voice Pride เวทีที่เปิดฉากขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับความหลากหลายทางเพศ โดยไม่ได้มองเพศสภาพเป็นข้อจำกัด แต่เปลี่ยนมันให้เป็นพลังและ Soft Power ในการขับเคลื่อนคอนเทนต์ ดนตรี และศิลปะการแสดง

นอกจากนี้ การตลาดของ The Voice ยังเน้นย้ำเรื่อง Self-Expression หรือการแสดงออกถึงตัวตน ทำให้ศิลปินและผู้เข้าแข่งขันที่ก้าวออกจากเวทีนี้ มีภาพจำในฐานะตัวจริงในแบบฉบับของตัวเอง สามารถต่อยอดไปเป็น KOL สายดนตรีและศิลปะ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ได้อย่างมหาศาล เช่น นนท์ ธนนท์ (จากเด็กหนุ่มบนเวที สู่ศิลปินและอินฟลูฯ อารมณ์ดีระดับประเทศ), โบกี้ไลออน (BOWKYLION) (อดีตผู้เข้าประกวดที่กลายมาเป็นไอคอนสายดนตรีและแฟชั่นสุดเก๋), เกรซ นรินทรโชติ รวมถึง เพียว เอกพันธ์ (ผู้ชนะ The Voice All Stars ที่ทรงพลัง)

4. Masterchef Thailand

เมื่อขยับมาดูเวทีประกวดสายทักษะด้านอาหารระดับประเทศอย่าง Masterchef Thailand โดยเฉพาะก้าวสำคัญในซีซั่นปัจจุบัน เราจะพบว่านี่คือพื้นที่ที่เปิดรับความหลากหลายของตัวตนผู้เข้าแข่งขันอย่างเด่นชัดที่สุดเวทีหนึ่ง 

รายการนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ฝีมือและรสชาติอาหารไม่มีกำแพงเรื่องเพศสภาพ รูปร่าง อายุ หรืออาชีพดั้งเดิมมาขวางกั้น ชวนให้ผู้ชมหันมาโฟกัสที่ความคิดสร้างสรรค์ ความอดทนภายใต้แรงกดดัน และ Passion อันแรงกล้าในการทำอาหารของผู้เข้าแข่งขันทุกเพศ การตลาดของรายการใช้ Storytelling เล่าเรื่องราวชีวิตเชื่อมโยงกับจานอาหาร ทำให้ผู้เข้าแข่งขันสร้าง Personal Brand ได้เด่นชัดจนกลายเป็น Food Influencer และ Youtuber สายอาหารชั้นนำ เช่น ปอนด์ สหดล ผู้เชี่ยวชาญการทำคอนเทนต์อาหารและไลฟ์สไตล์, เฟิร์ส ปาณิสรา, แก้ว ปวีณ์นุช, เควส ชสิษฐ์ และ เป่าเป้ เจสสิก้า ที่แฟนๆ พร้อมตามไปซัปพอร์ตธุรกิจและติดตามคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียในชีวิตจริง

5. Thailand Drag Star

รันเวย์ประกวด Drag ในรูปแบบของนางงามที่ไม่ระบุเพศ ไม่ระบุแนวทาง และอัตลักษณ์ ครั้งแรกในประเทศไทย จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นหนึ่งเดียวในเอเชียภายใต้เทศกาล DRAG BANGKOK Festival เพื่อค้นหาสุดยอด Drag Star คนแรกของประเทศไปสร้างมาตรฐานระดับสากล

เวทีนี้ก้าวข้ามการเป็นแค่พื้นที่บันเทิง แต่ทำหน้าที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการรับรองและยกระดับศิลปะแขนงนี้ ให้เป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ผ่านการแสดงที่ทรงพลังและสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด การตลาดของเวทีนี้คือการสร้าง Community ที่แข็งแกร่งและมีพลังในการโน้มน้าวใจสูงมากในกลุ่มผู้บริโภคสายแฟชั่น บิวตี้ และไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ส่งผลให้ผู้แข่งขันแจ้งเกิดเป็นดาวเด่น และเตรียมเป็นอินฟลูเอนเซอร์แถวหน้าที่แบรนด์ชั้นนำต้องการร่วมงานด้วยมากที่สุด

ถอดรหัสรันเวย์ยุคใหม่: เมื่อเวทีประกวดไม่ใช่แค่ “คัดเลือกผู้ชนะ” แต่เป็นพื้นที่ให้ “ถูกมองเห็น”

เวทีประกวดในอดีตอาจทำหน้าที่เป็นเพียงประตูบานแคบ ๆ ที่คัดเลือกคนเพียงหนึ่งเดียวเพื่อรับมงกุฎหรือถ้วยรางวัล แต่ในนาทีนี้บทบาทของมันได้ถูกนิยามใหม่ สู่การเป็นพื้นที่สร้างตัวตนในสังคมอย่างเต็มรูปแบบ

  • เปลี่ยนจาก The Only One สู่ The Variety of Us: ในอดีตผู้ชนะมีได้เพียงคนเดียวตามมาตรฐานที่กรรมการกำหนด แต่ปัจจุบันผู้เข้าประกวดหลายคนไม่ได้มาเพื่อแย่งชิงที่หนึ่ง แต่มาเพื่อให้สังคมเห็นว่า ทุกคนมีพื้นที่เฉิดฉายและมีคุณค่าในตัวเองได้
  • รางวัลไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้น: มูลค่าของเงินรางวัลหรือสายสะพานอาจเทียบไม่ได้เลยกับแอร์ไทม์ที่ผู้เข้าประกวดได้รับบนหน้าจอและโลกโซเชียล เวทีประกวดทำให้คนธรรมดาที่มีแพสชันโดดเด่น ถูกมองเห็นจากคนนับล้านในชั่วข้ามคืน
  • สร้าง Community ที่แข็งแกร่งกว่าฐานแฟนคลับแบบเดิม: ตัวรายการและการแข่งขันช่วยร้อยเรียงเรื่องราวของผู้เข้าประกวดอย่างเป็นธรรมชาติ ผู้ชมไม่ได้แค่เชียร์เพราะความสามารถ แต่เชียร์เพราะเห็นอกเห็นใจและมีอารมณ์ร่วมไปกับอุดมการณ์ ตัวตน หรือความยากลำบากที่เขาต้องเผชิญ 
  • พื้นที่ประกาศจุดยืน: เวทีประกวดกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่อนุญาตให้คนทุกเพศได้ลองผิดลองถูก ได้แสดงออกทางความคิด แฟชั่น และทัศนคติอย่างเป็นอิสระ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาอาจไม่สามารถทำได้ในวิถีชีวิตประจำวันทั่วไป

อ่านผ่านเลนส์ Marketing: ทำไมเวทีที่ Embrace Diversity ถึงเป็นขุมทรัพย์ใหม่ของแบรนด์?

สำหรับแบรนด์ต่าง ๆ ในปัจจุบัน ความนิยมของเวทีประกวดสายความหลากหลายเป็นอินไซต์สำคัญในการเข้าถึงหัวใจของผู้บริโภคยุคใหม่ ผ่านแกนกลยุทธ์ที่สามารถนำไปต่อยอดได้ดังนี้

1. จุดเริ่มต้นของอินฟลูเอนเซอร์ และ Personal Brand ในยุคโซเชียล

เวทีประกวดเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นโรงบ่มเพาะครีเอเตอร์ชั้นดี เพราะสิ่งที่ผู้เข้าประกวดได้กลับไปคือ Personal Brand ที่แข็งแกร่งและน่าติดตามตั้งแต่เริ่มต้น แบรนด์ที่ฉลาดจึงมักจะไม่รอให้การประกวดจบลง แต่จะกระโดดเข้าร่วมงานหรือจับตาดูดาวรุ่งตั้งแต่ในรายการ เพราะพวกเขามีฐานแฟนคลับที่พร้อมจะขยับตามไปสนับสนุนในทุกแคมเปญ


2. โอกาสของแบรนด์ในการเชื่อมโยงกับประเด็น Diversity

การที่แบรนด์เข้าไปเป็นผู้สนับสนุนเวทีที่มีนโยบายเปิดกว้างเรื่อง Diversity หรือการดึงผู้เข้าประกวดจากเวทีเหล่านี้มาเป็นพรีเซนเตอร์ เป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้บริโภคว่า แบรนด์ของคุณเป็นแบรนด์ที่ทันสมัย เข้าอกเข้าใจสังคม และเคารพในคุณค่าของความเป็นมนุษย์ 


3. อย่าลืมว่า…ต้องสนับสนุนความหลากหลายที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เกาะกระแส

ผู้บริโภคยุคใหม่มีความสามารถสูงมากในการจับผิดแบรนด์ที่ทำแคมเปญเรื่องความหลากหลายแบบผิวเผิน หรือแค่ทำตามกระแส 


การที่แบรนด์เลือกทำแคมเปญระยะยาวร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์หรือเวทีประกวดสาย Diversity จึงเป็นเครื่องมือพิสูจน์ความจริงใจ ตัวอย่างเช่น การร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม หรือการสร้างแคมเปญสื่อสารที่ชูอินไซต์ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศอย่างลึกซึ้ง ซึ่งจะเปลี่ยนภาพจำของแบรนด์จากการเป็นผู้ขายสินค้า สู่การเป็นพันธมิตรที่ยืนเคียงข้างผู้บริโภคอย่างแท้จริง


ความสำเร็จของทุกเวทีสะท้อนให้เห็นว่า สังคมไทยพร้อมแล้วสำหรับการเปิดพื้นที่ให้คนทุกเพศและทุกตัวตนได้เฉิดฉาย สิ่งนี้ได้กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างสรรค์อินฟลูเอนเซอร์ยุคใหม่ที่มีคุณภาพ มีเอกลักษณ์ และทรงพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคอนเทนต์


ถ้าคุณมั่นใจว่าตัวเองมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และกำลังมองหาพื้นที่ในการสร้างรายได้และร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำที่เข้าใจในตัวตนของคุณ… Tellscore พร้อมเปิดประตูโอกาสต้อนรับคุณเสมอ!


รับโอกาสดี ๆ ในการแมตช์งานกับแบรนด์ที่ใช่ และร่วมสร้างสรรค์แคมเปญที่ผลักดันความหลากหลายไปด้วยกัน สมัครได้เลยวันนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือปรึกษาทีมงาน ติดต่อเราได้ที่: Contact@Tellscore.com