หลังจากที่ช่อง afteryumfilm ผู้ผลิตละครกะเทยธรรม คว้ารางวัล The Winner of Best Entertainment Influencer บนเวที Thailand Influencer Awards 2025 ไปได้สำเร็จ ‘ละครแนวตั้ง’ ก็กลับมาเป็นที่พูดถึงบนโซเชียลมีเดียอีกครั้ง ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ละครสั้นประเภทนี้ เข้ามายึดครองเวลาพักผ่อนของคนไทยจำนวนมาก
หากคุณก็เป็นอีกคนที่ชอบเปิดจอแนวตั้งดูละครสั้นตอนกินข้าว หรือเปิดเพลย์ลิสต์รันละครเหล่านี้ไปเรื่อย ๆ ตอนขับรถแทนการฟังเพลง “เราคือเพื่อนกัน!” มารู้จักกิจกรรมยามว่างนี้ของพวกเราให้มากขึ้นกันเถอะ!
ซีรีส์จีนซบเซาไปพักใหญ่ แต่กลับมาปังได้ด้วยพลังของ ‘ละครแนวตั้ง’
อิทธิพลของการที่คนไม่นิยมชมละครโทรทัศน์ ทำให้ซีรีส์ภาษาจีนที่อดีตเคยดังเปรี้ยงปร้างในไทย (ใคร ๆ ก็เคยชมเปาบุ้นจิ้น, องค์หญิงกำมะลอ หรือแม้แต่ตำนานรักดอกเหมย) รวมถึงซีรีส์ชนชาติอื่น ๆ ต่างก็ซบเซาลง คงเหลือไว้แต่แฟนคลับเฉพาะกลุ่มที่สมัคร Streaming Apps แบบรายเดือน

แต่ไม่นานมานี้ อยู่ดี ๆ ซีรีส์จีนก็กลับมาทรงอิทธิพลอีกครั้งหนึ่ง ในรูปแบบของละครแนวใหม่ ฉายเป็นแนวตั้ง มองเผิน ๆ ดูคล้ายคลิปใน TikTok แต่กลับดูไม่จบในคลิปเดียว และมีเนื้อเรื่องชวนให้ต้องคลิกดูคลิปต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด ซีรีส์แนวตั้งเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า Duanju (ต้วนจู) มีลักษณะเป็นละครแนว Micro Drama หรือละครที่ดำเนินเนื้อเรื่องรวดเร็ว แบ่งเป็นตอนสั้น ๆ ตอนละไม่เกิน 1 – 2 นาที
เสน่ห์ของละครแนวนี้ คือเนื้อเรื่องที่ฉวัดเฉวียน หักมุม ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่เกินคาดหมาย เป็นเส้นเรื่องที่ใคร ๆ ก็เดาได้ และมักจบตามสูตรละครคุณธรรม พระเอกได้คู่กับนางเอก และตัวร้ายก็ได้รับผลกรรม และด้วยบทที่ไม่จำเป็นต้องเขียนให้เข้าใจยาก บวกกับเวลาถ่ายทำที่ใช้เวลาน้อยลงกว่าครึ่ง ละครสั้นแนวตั้งจึงทำกำไรมหาศาล เฉพาะในปี 2025 ตลาดละครสั้นในจีนทำรายได้ทะลุ 1 แสนล้านหยวน พุ่งสูงขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2024 และมีผู้ชมเกือบ 700 ล้านคน (ที่มา: CCTV+)
ไขข้อสงสัย – ทำไมยิ่งดู ยิ่งติด?
พอละครแนวตั้งเริ่มเป็นไวรัล และเริ่มมีแอปพลิเคชันใหม่ ๆ ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ตลาดละครแนวนี้เริ่มกว้างขึ้น มีทั้งแบบ Subtitle ภาษาไทย, พากย์ไทย และมีไปยันละครแนวตั้งเชื้อชาติอื่น ๆ ก็เริ่มมีคนตั้งข้อสงสัย ว่าทำไม “วงการนี้ดูเหมือนจะเข้าแล้วออกไม่ได้”
นอกจากนี้ หากคุณมองย้อนกลับไป จะพบว่าที่จริงแล้วเราคุ้นเคยกับละครแนวนี้มานานมาก ก่อนหน้าเทรนด์ละครแนวตั้งจะมา ก็มีละครคุณธรรมบน YouTube ที่เน้นผลิตละครแนวขาวกับดำ คนดีทำความดีแล้วมีคนมองเห็น ตัวร้ายได้รับผลของการกระทำตอนท้ายเรื่อง และถ้าย้อนกลับไปนานกว่านั้น ละครเชิงสอนใจคนอย่างฟ้ามีตา, บันทึกกรรม หรือละครสั้นในรายการจ้อ…จี้ ก็นำเสนอในแง่มุมที่ไม่ต่างกัน

เรื่องนี้มีผู้ออกมาให้คำตอบมากมาย หนึ่งในนั้นคือนายแพทย์อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์จากกรมสุขภาพจิต ที่ออกมาให้คำตอบผ่านรายการ TNN Health ว่า สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากธรรมชาติของการใช้แอปพลิเคชัน Short VDO ที่ทำให้คนเสพติดการดูคลิปแนวตั้ง และเนื้อเรื่องที่เสพง่าย เข้าใจง่าย ไม่ยืดเยื้อ เน้นกระชากอารมณ์ (ที่มา: TNN Health)
ยิ่งไปกว่านั้น หากลองวิเคราะห์ด้วยตัวเองให้ลึกลงไปอีกขั้น คุณจะพบว่าละครเหล่านี้มักเนรมิตจุดจบของตัวละคร “ให้เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น” ใครทำอะไรไว้ก็ได้แบบนั้น ใครโดนกลั่นแกล้งสุดท้ายก็จะมีคนเข้าใจ จึงช่วยเติมเต็มปมในใจของหลาย ๆ คนได้เป็นอย่างดี
ละครแนวตั้งจีนฮิตติดลมบน จนอเมริกาต้องลงมาเล่นด้วย
ความสำเร็จของละครแนวตั้งจีน ทำให้ยอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ReelShort, DramaBox และ GoodShort ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรวมละครแนวนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่ และทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของชาติอื่น ๆ อย่างอเมริกา เริ่มหันมาให้การสนับสนุน

เห็นได้จากผลงาน The Double Life of My Billionaire Husband เรื่องราวของหญิงสาวแสนธรรมดาที่แต่งงานกับมหาเศรษฐี ดันให้แอปพลิเคชัน ReelShort ขึ้น Top Download ในอเมริกา และดันให้ผู้สร้างหลายราย สร้างละครแนวตั้งที่มีนักแสดงเป็นชาวอเมริกันทั้งหมด เพื่อตีตลาดในอเมริกา แต่ยกกองไปถ่ายกันที่ประเทศจีน

ล่าสุด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา Disney เอง ก็ตัดสินใจลองชิมลางเข้าร่วมรถไฟขบวนนี้ เปิดตัว Locker Diaries ละครแนวตั้งเรื่องแรก ที่มีตัวละครจากเรื่อง Zombies , Descendants และ Phineas & Ferb มาร่วมผจญภัยในรูปแบบตอนสั้น ๆ ที่ผสมผสานความตลก ดราม่า และความตื่นเต้นเข้าด้วยกัน (ที่มา: DEADLINE)
นอกจากนี้ กระแสละครแนวตั้งยังถูกจุดติดให้กลับมาบูมอย่างหนักในประเทศไทยผ่านปรากฏการณ์ซีรีส์จีนเรื่อง ‘ล่าหยก (Pursuit of Jade)’ ผลงานย้อนยุคฟอร์มยักษ์แห่งปี 2026 ที๋ฉายบน iQiyi และ Netflix ก็ปลุกกระแสความนิยมของซีรีส์จีนให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วยภาพและฉากย้อนยุค และ CG ที่น่าตื่นตาตื่นใจ แถมยังทำให้แฟน ๆ ลองเปิดใจให้กลับซีรีส์แนวตั้งจากจีนเพิ่มขึ้นอีกด้วย
แล้วในประเทศไทยล่ะ?

ไม่เพียงแต่อเมริกาเท่านั้น ที่จีนเล็งไว้ให้เป็นตลาดใหญ่ของอุตสาหกรรมละครแนวตั้ง ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน โดยเมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา ภาพจากกองถ่ายทำละครแนวตั้งเรื่องหนึ่งกลายเป็นไวรัล เพราะนางเอกใส่ชุดไทย ภายหลังโลกโซเชียลจึงทราบว่า ภาพดังกล่าวมาจากละครแนวตั้ง เรื่อง สาวไทยข้ามภพ ป่วนใจแม่ทัพ โปรเจ็กต์ร่วมทุนจีน – ไทย ที่ได้สาวสวยลูกครึ่งไทย-อเมริกัน อย่างลิซ่า อลิซา แอน ไฮน์ส สมาชิกวง Blyss จากค่าย BEC Music มาเป็นนางเอก (ฉายจริงแล้วเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ทาง iQIYI) ทุบสถิติยอดรับชมรวมทุกแพลตฟอร์มทะลุ 400 ล้านวิว ภายในเวลาเพียง 5 วันแรก ที่เปิดตัว โดยแบ่งเป็นยอดผู้ชมจากประเทศไทยสูงถึง 320 ล้านวิว ส่งผลให้ครองอันดับ 1 บนแอปพลิเคชัน iQIYI (ที่มา: เดลินิวส์)
นอกจากนี้ ละครจีนแนวตั้งได้ปฏิวัติทิศทางของละครไทยยุคใหม่ เมื่อปลายปี 2568 เหล่าค่ายดังอย่างกันตนา อมรินทร์ ทีวี และ MI Group จึงจับมือกันลุยตลาดละครแนวตั้ง เปิดตัวแพลตฟอร์ม K SHORTS เพื่อตอบรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค จากหน้าจอโทรทัศน์สู่หน้าจอสมาร์ทโฟนที่สามารถดูได้ทุกที่ ทุกเวลา

และล่าสุด ช่อง ONE 31 ผู้ผลิตละครโทรทัศน์อันดับต้น ๆ ของไทย ก็ตัดสินใจลงสนามสู้ศึกละครแนวตั้ง เปิดตัวฟีเจอร์ oneDShort บนแอปพลิเคชัน oneD จัดเต็มละครแนวตั้ง 3 เรื่อง 3 รส ได้แก่ กุหลาบซ่อนพิษ นำแสดงโดย ปลายฟ้า ณัชกรณ์ และอิน จักราสินธุ์, รักพลิกล็อค และ เล่ห์ร้ายสายโลหิต มาท้าชนกับละครแนวตั้งชาติอื่น แต่ยังคงแยก Target กับละครโทรทัศน์ไว้อย่างชัดเจน
อ่านอนาคตละครแนวตั้งไทย จะเป็นอย่างไรถ้าเราขยายอุตสาหกรรมนี้บ้าง?
หากมองในมุมของการเติบโต ละครแนวตั้งไม่ใช่แค่เทรนด์ที่มาแล้วไป แต่นี่คือโอกาสทองของการทำ Content Marketing ยุคใหม่ที่เข้าถึงใจผู้บริโภคได้แบบหมัดต่อหมัด โดยเฉพาะในแง่ของงานโฆษณา แบรนด์สามารถถอดรหัสลับ 3 แกนหลักจากละครแนวตั้งมาสร้าง Emotional Connection (ความผูกพันทางอารมณ์) เพื่อดึงดูดใจผู้ชมได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้:
- เปิดให้ไว มัดใจให้ลง: การเล่าเรื่องแบบโฆษณาต้องตัดสลับความน่าสนใจให้เกิด Hook ตั้งแต่ 3 วินาทีแรก เหมือนปมละครแนวตั้งที่ทำให้คนดูหยุดไถฟีด
- บีบคั้นอารมณ์ให้สุด: ใช้พล็อตที่เล่นกับความรู้สึกพื้นฐานของมนุษย์ เช่น ความยุติธรรม การแก้แค้น หรือการได้รับโอกาสใหม่ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนดูอยากติดตามว่าแบรนด์จะเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์นี้อย่างไร
- สร้างตัวละครที่จับต้องได้: การทำโฆษณาแบบละครแนวตั้งเน้นความสมจริง และ ‘ความเป็นคนไทย’ ที่คุ้นเคยกับบทสรุปแบบคุณธรรมขาว-ดำ ซึ่งช่วยให้แบรนด์ดูเข้าถึงง่ายและน่าเชื่อถือมากกว่าการโฆษณาแบบยัดเยียด
ด้วยต้นทุนการผลิตที่กระชับแต่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า หากแบรนด์ไทยสามารถนำแกนหลักเหล่านี้มาผสมผสานกับความรวดเร็วของแพลตฟอร์มได้สำเร็จ เราจะไม่ได้เห็นเพียงแค่ละครแนวตั้งที่ก้าวไปไกลระดับโลก แต่ยังเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมโฆษณาไทยให้ทรงพลังและครองใจผู้บริโภคยุคสั้นได้อย่างยั่งยืน
ในโลกที่ attention สั้นลงทุกวัน คนที่ชนะไม่ใช่คนที่เล่าเรื่องยาวที่สุด แต่คือคนที่ ‘เล่าให้คนอยากดูต่อ’ ได้เก่งที่สุด และ‘ละครแนวตั้ง’ คือเครื่องยืนยันว่าพฤติกรรมการเสพสื่อได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างถาวร จากจอใหญ่สู่หน้าจอขนาดพกพาที่ตอบโจทย์ความรวดเร็วและกระชากอารมณ์ได้ในทุกวินาที นี่จึงเป็นโจทย์ใหม่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับเหล่านักการตลาดในการปั้นแคมเปญให้เข้าไปอยู่ในใจผู้ชมผ่านพื้นที่ความบันเทิงรูปแบบนี้ หากคุณไม่อยากตกขบวนเทรนด์ที่ทรงพลังที่สุดในปี 2026 นี้ มาเริ่มสร้างสรรค์แคมเปญที่โดนใจร่วมกับ Influencer แถวหน้าของเมืองไทยไปพร้อมกับเราที่ Tellscore
สนใจสร้างแคมเปญแบบมืออาชีพ ทักมาพูดคุยกับเราได้ที่ LINE OA: Tellscore Marketer เราพร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดให้แคมเปญของคุณปังกว่าที่เคย!


