เจาะกลยุทธ์ตรุษจีน 69: 5 ครีเอเตอร์ตัวท็อป เปลี่ยน Soft Power เป็น Sales Power ให้แบรนด์คุณ

9Conversations ชวนคุณเปิดม่านต้อนรับตรุษจีนปีม้าไฟ ส่องครีเอเตอร์ไทยเชื้อสายจีนที่ทำคอนเทนต์ได้อย่างน่าสนใจ หยิบเรื่องราวเชิงประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตมาเล่าให้สนุกได้หลายมิติ ขยายโลกทัศน์ให้กว้างไกลผ่านการเสพคอนเทนต์เชิงวัฒนธรรม แล้วคุณจะรู้ว่า….ในปี 2569 ตรุษจีนไม่ใช่แค่เทศกาลเชิงพาณิชย์อีกต่อไป แต่กลายเป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่วัฒนธรรมบนโลกดิจิทัล

ข้อมูลจากหลายแหล่งเล่าตรงกันว่า ปี 2569 เข้าสู่ปีนักษัตร ‘มะเมีย’ ธาตุไฟ ทำให้กลายเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง เพราะพลังแห่งความเร็ว กล้าหาญ และอดทนของม้า ผสานกับความร้อนแรงของไฟอย่างไม่น่าเชื่อ

สำหรับสัปดาห์ตรุษจีน จะเริ่มที่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวันจ่าย และวันที่ 16 กุมภาพันธ์ หรือวันไหว้ โดยในปีนี้ แหล่งข้อมูลตามโหราศาสตร์จีน แนะนำให้ไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี๊ย และบรรพบุรุษตามปกติ แต่สำหรับท่านที่มีความเชื่อเรื่องปีชง ปีเกิดที่ควรทำบุญเสริมดวงแก้ชงคือปีชวด มะเมีย ระกา เถาะ และฉลู

ในด้านเศรษฐกิจ ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้มีอัตราการขยายตัวชะลอลงที่ 1.6% (จากปี 2568 ที่ขยายตัว 2%) เนื่องจากแรงกดดันด้านการส่งออก การปรับขึ้นของภาษีสหรัฐ และไทยเองก็ยังคงเสี่ยงจะเผชิญหน้ากับภาวะเงินฝืด เพราะกำลังซื้อเริ่มลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จึงคาดการณ์กันว่า ตรุษจีนในปีนี้ ผู้คนจะเลือกซื้อสินค้าเฉพาะที่จำเป็น และซื้อเฉพาะของที่มองว่าคุ้มค่า นำไปใช้ต่อได้ในปีหน้า

และเมื่อ Spending Intent ลดลง ผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ที่สร้าง Trust และ Value มากกว่าการขายตรง ซึ่งทำให้บทบาทของครีเอเตอร์ที่เล่าเรื่องได้อย่างจริงใจและเข้าใจบริบททางวัฒนธรรม ยิ่งทวีความสำคัญในช่วงเทศกาล นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคอนเทนต์เชิงวัฒนธรรม และการสื่อสารผ่านครีเอเตอร์ที่มีความน่าเชื่อถือ จึงกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญของแบรนด์ในช่วงตรุษจีนปี 2569

แม้ตรุษจีนจะเป็นสมรภูมิที่แบรนด์ทุ่มงบการตลาดอย่างหนักทุกปี แต่คอนเทนต์ส่วนใหญ่มักตกหลุมพรางความซ้ำซาก ทั้งโทนสีแดง สีทอง และคำอวยพรเดิมๆ จนผู้บริโภคเริ่มเมินเฉย สิ่งที่ครีเอเตอร์รุ่นใหม่กำลังทำได้เหนือกว่าจึงไม่ใช่การตะโกนขายให้ดังขึ้น แต่คือการหยิบเอาความหมายของตรุษจีนมาเล่าใหม่ให้เชื่อมโยงกับชีวิตจริง เปลี่ยนบทบาทของเทศกาลนี้ให้กลายเป็น Cultural Moment ที่ทรงพลังบนโลกดิจิทัล

ท่ามกลางความผันผวนของเม็ดเงินจับจ่าย สิ่งหนึ่งที่เจ้าของกิจการมั่นใจได้คือ ลูกค้ายังคงเฝ้ารอเสพคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์บนโซเชียลมีเดีย โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่ว่า “ใครจะเล่าเรื่องได้น่าสนใจกว่ากัน” และเราเชื่อว่าหากเป็นผลงานจาก 5 ครีเอเตอร์เหล่านี้ พวกเขาจะมี ‘ไม้เด็ด’ ที่เปลี่ยนภาพจำเดิมๆ ของตรุษจีนให้กลายเป็นคอนเทนต์ที่หยุดนิ้วคนดูได้มากกว่าใครแน่นอน

ปี 2564 คอนเทนต์ #พี่สัมภาษณ์งาน จาก TikTok ช่อง MANASSAVEE สร้าง Brand Awareness ได้อย่างถล่มทลาย โดยที่หลายคนไม่ทราบว่า ตัวจริงของคุณแคมป์ มนัสวี ประสิทธิ์ถิรวัฒน์ เจ้าของช่องคือนักร้องมากความสามารถ ที่มีวิธีการร้องเป็นเอกลักษณ์มากที่สุดคนหนึ่ง

จากความสำเร็จของ #พี่สัมภาษณ์งาน คุณแคมป์เดินหน้าปั้นช่องอย่างต่อเนื่อง จนพบทางที่น่าสนใจ เขาเริ่มดึงสมาชิกในครอบครัวมาร่วมทำคลิปสนุก ๆ ด้วย โดยตัวละครหลักของคลิปส่วนมากคือ ‘อาม่า’ ที่ไม่ว่าหลานจะส่งภาษาไทยสำเนียงไหนไป อาม่าก็จะตอบกลับมาด้วยจีนแต้จิ๋วเสมอ แต่เข้าใจกัน

เสน่ห์ของช่อง MANASSAVEE ในวันนี้ ไม่ได้มีแค่การได้ฟังศัพท์ภาษาจีนแบบ Native Speaker จากอาม่าเท่านั้น แต่คือการทำ Cultural Content Marketing ที่แฝงการสื่อสารเชิงวัฒนธรรมไว้อย่างกลมกลืน ผ่านการตั้งคำถามที่เป็น Insight ของคนรุ่นใหม่ อาทิ ถามความหมายของเพลงกล่อมเด็กภาษาจีน, คนรุ่นก่อนซื้อเครื่องสำอางที่ไหน, จริงไหม? สมัยก่อนทุกบ้านต้องรูปเหมาเจ๋อตง หรือตัวอักษรไทยที่คนจีนพูดไม่ได้ เป็นต้น หากต้องทำคอนเทนต์รับเทศกาลตรุษจีนปีม้าไฟ คุณแคมป์ มนัสวี คือครีเอเตอร์ที่สามารถสร้าง Emotional Connection ได้อย่างยอดเยี่ยม ผ่านถ่ายทอดเชิงวัฒนธรรมจากปากคนจีน (อาม่า) อย่างลุ่มลึก

ติดตามแคมป์ มนัสวี: TikTok: mnasv (1.7M)

เอ่ยชื่อ ‘ชินเมฟ’ ไป หลายคนอาจจะไม่คุ้นหู แต่ถ้าเปิดคลิปดู เรามั่นใจว่าคุณต้องจำเธอได้ ด้วยเสียงพากย์เรียบ ๆ แต่เป็นเอกลักษณ์ชวนฟัง กับสไตล์การทำคลิปแนวพาชิมที่ดูสนุกไม่ต่างกับสารคดี

เจ้าของช่องชินเมฟ คือ น้องมิน (หรือชื่อในช่องว่า ‘เชฟมิน’) นักศึกษาไทยชั้นปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัยในประเทศจีน และเธอมองเห็นเสน่ห์ของสตรีทฟู้ดจีนที่ไม่ว่าอย่างไรในเมืองไทยก็ไม่มี เช่น มื้อเช้าในจีนที่เน้นคาร์โบไฮเดรตแบบจัดหนัก, อาหารราคานักศึกษาที่คิดเป็นเงินไทยแค่ 50 บาท, ตระเวนชิมชานมไข่มุกตามท้องถนนในเมืองจีน ฯลฯ หรือในบางมุมก็คล้ายกัน เช่น บรรยากาศในตลาดเช้า ที่ดูแล้วชวนให้นึกว่าเชฟมินถ่ายคลิปตอนกลับถึงไทย

ความละเอียด และใส่ใจอีกอย่างของช่องชินเมฟ คือการใส่ซับไตเติล 2 ภาษา ไทย – จีน ตลอดทั้งคลิป ทำให้ผู้ชมได้ซึมซับศัพท์ภาษาจีนใหม่ ๆ ไปพร้อมกับการเสพคอนเทนต์ จุดเด่นของชินเมฟคือ Authentic Content และ Local Insight ที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมจีนผ่านมุมชีวิตจริง มากกว่าการรีวิว จึงเหมาะอย่างยิ่งกับการเล่าเรื่องวัฒนธรรมจีนผ่านอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่คนจีนเลือกจับจ่ายและบริโภคจริงในช่วงตรุษจีน ซึ่งช่วยให้ผู้ชมเห็นทั้งความเหมือนและความต่างระหว่างวิถีชีวิตจีนและไทยได้อย่างชัดเจน

ติดตามชินเมฟ: TikTok: cinmhef (3M) และ YouTube: Cinmhef (1.15M)

ถ้าความฝันของคุณคือการมีครอบครัวและพี่น้องหญิง – ชายที่อบอุ่น ‘บ้านเดอะจ๋อย’ นำโดยคุณไข่มุก (เจ้าของช่อง), โอปอล, เพชร, เฟิร์ส และบอส คือภาพแทนของ Ideal Family ที่เด่นชัด ยิ่งมี ‘อากงและอาม่า’ ที่เป็นเสมือนเสาหลักมาร่วมทำคอนเทนต์กับหลาน ๆ ทั้ง 5 ยิ่งทำให้คุณตกหลุมรักในสายสัมพันธ์ของบ้านหลังนี้

ไม่เพียงฉายภาพวีรกรรมแสบ มันส์ ฮาของหลานทั้ง 5 ที่คอยป่วนอากงเท่านั้น ช่องไข่มุกยังมี Value Proposition ที่แข็งแรงในการสะท้อนภาพครอบครัวไทยเชื้อสายจีนยุคใหม่ (Modern Chinese-Thai Family) ที่ทำลายกำแพงค่านิยมเดิมๆ อย่างการให้ความสำคัญกับบุตรชายเป็นหลัก แต่กลับนำเสนอ Diversity & Equality ผ่านความรักที่เท่าเทียมของทายาททุกเพศ 

ความลงตัวนี้เองที่ทำให้ช่องของเธอเหมาะอย่างยิ่งกับคอนเทนต์ในช่วงเทศกาลตรุษจีน เพราะเป็นตัวแทนในการสร้าง Cultural Connectivity ที่แม้จะเลี้ยงดูกันมาแบบสมัยใหม่ แต่ผู้ใหญ่ก็ยังคงชวนหลาน ๆ อนุรักษ์รากเหง้าเดิมของตัวเองเอาไว้ ผ่านอาหารจานพิเศษในแต่ละเทศกาล สถานที่ในความทรงจำ และการส่งต่อสมบัติชิ้นสำคัญ ทำให้ลูกหลานเห็นคุณค่าของวัฒนธรรม และภาคภูมิใจในเชื้อสายไทย-จีนของตัวเอง

ติดตาม KAIMOOK: TikTok: thesirinezt (777.1k)

หากคุณอยากเสพคอนเทนต์ร่วมสมัย ได้กลิ่นอายทั้งความเป็นจีนดั้งเดิมและวิถีชีวิตยุคใหม่ คุณเพชร เจ้าของช่อง PetchZ_เพชรแซส นับได้ว่าเป็นอีกคนที่ทำถึง! ดูแค่คลิปเดียวไม่เคยพอ ต้องปัดชมคลิปต่อ ๆ ไป

โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน คอนเทนต์ของคุณเพชรจะยิ่งทวีความน่าสนใจ เพราะเธอคือตัวแทนของ Global Citizen ที่สื่อสารผ่านแนวคิด Cross-Cultural Integration ได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถถ่ายทอดไลฟ์สไตล์จีนที่เป็นปัจจุบันออกมาได้อย่างมีชีวิตชีวา ทำให้เราเห็นว่า ‘ตรุษจีนยุคนี้’ ในสายตาคนรุ่นใหม่นั้นมีความชิคและความเท่อยู่ในตัวอย่างไร ซึ่งคอนเทนต์ส่วนใหญ่ของเธอนั้นเรียบง่าย เต็มไปด้วยเรื่องราวในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการจับจ่ายใช้สอย, บรรยากาศสบาย ๆ บนโต๊ะอาหารกับเพื่อนสนิท หรือการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ฯลฯ เพียงแต่วิธีการเล่าของเธอสอดแทรกกิมมิกเด็ดลงไป นั่นคือทุกคลิปจะมีการเปรียบเทียบวัฒนธรรมจีน vs. ไทย เช่น ระบบขนส่งสาธารณะที่ต่างกัน หรือสไตล์การแต่งตัวของสาวสองชาติที่สะท้อนรสนิยมที่แตกต่าง และทุกคลิปจะมีซับไตเติลไทย-จีนให้เห็นอย่างเด่นชัด

ติดตาม PetchZ_เพชรแซส: TikTok: petchz-tiktok (332.4k), YouTube: PetchZ (459k)

ปิดท้ายกันที่ช่องพาเที่ยวแนวคู่รัก ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 แสนคนอย่างคุณเอกและคุณผิงผิง หนุ่มไทยและสาวจีนผู้หลงใหลในการท่องเที่ยว จนพ่วงอาชีพไกด์นำเที่ยวตัวจริงกับครีเอเตอร์เข้าด้วยกัน

เสน่ห์ของช่องเอกผิงผิง ไม่ใช่แค่การพาคุณไปชมทัศนียภาพสุด Exclusive ตามมณฑลต่าง ๆ ของเมืองจีนเท่านั้น หากแต่ทั้งสองยังโชว์วิถีชีวิต การกินการอยู่ในชีวิตประจำวัน ที่ต้องเรียนรู้เรื่องความต่างของ 2 วัฒนธรรมตลอดเวลา เช่น ชาวจีนเคยชินกับซุปร้อน ๆ ที่เสิร์ฟมาในชามครอบถุงพลาสติก ขณะเดียวกันก็ไม่ชินกับอาหารประเภทแกงของชาวไทย 

ความน่าสนใจนี้เอง ทำให้เอกผิงผิง คู่รักไทยจีน เป็นอีกหนึ่งครีเอเตอร์ที่จะถ่ายทอดความเป็นเทศกาลตรุษจีนได้อย่างแหวกแนว พราะแทนที่จะเล่าประวัติความเป็นมาแบบพอดแคสต์ธรรมดา พวกเขาสามารถพาผู้ชมไปทัวร์จุดกำเนิดของอารยธรรมบางอย่างที่ประเทศจีน และแชร์ประสบการณ์การใช้ชีวิตร่วมกันของ 2 ชาติได้ เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการเน้นเรื่อง Travel & Cultural Exchange หรือสินค้าที่ต้องการสื่อสารถึงการเชื่อมโยงระหว่างไทย-จีน คอนเทนต์ของคู่รักคู่นี้จะช่วยสร้าง Trust & Authenticity ให้กับแบรนด์ได้อย่างดีเยี่ยม

ติดตามเอกผิงผิง คู่รักไทยจีน: TikTok: akepingping (103.8k)

ตรุษจีนปีม้าไฟ 2569 อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของแบรนด์ หากต้องการเล่าเรื่องวัฒนธรรมให้ลึกกว่าเดิม และใช้พลังของครีเอเตอร์ในการสื่อสารอย่างมีความหมาย คอนเทนต์จากทั้ง 5 ครีเอเตอร์สะท้อนให้เห็นว่า เรื่องราวของตรุษจีนสามารถถูกเล่าได้อย่างน่าสนใจในหลากหลายมุมมอง และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขายสินค้าในช่วงเทศกาลเท่านั้น แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นคอนเทนต์ที่มีมิติ สร้างคุณค่า และเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้ในระยะยาว

ทั้งหมดนี้จึงเป็นแนวทางให้แบรนด์นำไปปรับใช้ ผ่านการเลือกใช้กลยุทธ์และจุดแข็งที่แตกต่างกันของครีเอเตอร์แต่ละช่อง เพื่อสร้างการสื่อสารที่ทั้งตรงเป้าและมีความหมายมากยิ่งขึ้น