ทีเส็บเปิดเกมรุกไมซ์ไทยปี 2569 ใช้ Brand Insights ตอบชัด “ไทยเก่งเรื่องอะไร” บนเวทีโลก

บางครั้ง “ทิศทางประเทศ” ไม่ได้เริ่มจากแคมเปญใหญ่
แต่เริ่มจากการตอบคำถามให้ชัดว่า…ประเทศไทยอยากให้โลก “เชื่อเราเรื่องอะไร”

จากงานแถลงแผน TCEB Strategic Direction 2026 ภายใต้แนวคิด From Change that Matters to Impact that Lasts ไม่ได้พูดแค่การดึงงานเข้าไทย..แต่กำลังเล่า “ภาพใหม่” ของไมซ์ไทยว่า จะเติบโตแบบมีคุณภาพ วัดผลได้ และยืนระยะได้อย่างไร

9Conversations เรียบเรียงประเด็นสำคัญจากงานแถลงทิศทางอุตสาหกรรมไมซ์ไทย ปี 2569 ของ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB ที่วางโจทย์ชัดขึ้น 4 เรื่อง
1.Brand Insights
2.จุดแข็งของอุตสาหกรรม
3.มาตรฐานความยั่งยืน
4.การขับเคลื่อนด้วย Data & Innovation (ข้อมูลและนวัตกรรม)

ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ TCEB นิยามเป้าหมายไว้ว่าประเทศไทยต้องก้าวสู่การเป็น “Global-Asia’s Trusted Gateway” (ประตูสู่เอเชียที่ทั่วโลกให้ความไว้วางใจ)

คำว่า Trusted ไม่ได้เป็นแค่คำสวย ๆ ในสไลด์ แต่มันคือ “สกุลเงินใหม่” ของอุตสาหกรรมไมซ์ เพราะลูกค้าไม่ได้ซื้อแค่ Venue หรือ Package แต่ลูกค้าซื้อ “ความมั่นใจ” ว่ามาแล้วปลอดภัย ได้มาตรฐาน บริหารความเสี่ยงได้ และสร้าง Impact (ผลกระทบทางเศรษฐกิจ/ภาพลักษณ์/อุตสาหกรรม) ได้จริง

หนึ่งในแกนที่สำคัญที่สุดของปีนี้คือการใช้ผล Brand Insights (อินไซต์ภาพลักษณ์แบรนด์ประเทศ)
จากการสำรวจผู้เชี่ยวชาญและมืออาชีพไมซ์ต่างประเทศ 568 ราย

สรุปสั้น ๆ คือ “ตลาดอยากเห็นไทยชัดขึ้น”
ไม่ใช่แค่ Thailand is nice แต่คือ Thailand is strong in…
อุตสาหกรรมจุดแข็งที่ถูกย้ำว่าควรผลักให้ชัด เช่น
– Wellness & Longevity (สุขภาวะและการมีอายุยืนยาว)
– Digital & AI (ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์)
– เทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่, Biotech (เทคโนโลยีชีวภาพ), Food Innovation (นวัตกรรมอาหารอนาคต)
– Creative Economy (เศรษฐกิจสร้างสรรค์), Advanced Manufacturing (การผลิตขั้นสูง)
– Sustainable Tourism (ท่องเที่ยวยั่งยืน)

นี่คือการขยับไมซ์จาก “ขายสถานที่” ไปสู่ “ขายความเชี่ยวชาญของประเทศ”
เพราะงานไมซ์ที่มีคุณค่าในอนาคต จะเลือก Destination จาก Industry Fit มากขึ้นเรื่อย ๆ

TCEB ปรับกรอบกลยุทธ์ TCEB Go ให้คมชัดขึ้น เพื่อให้ไมซ์ไทยโตแบบมีคุณภาพ โดยการทำให้ 4 เรื่องนี้กลายเป็นระบบ
– เจาะลึก “ตลาดรายอุตสาหกรรม” (Industry-based Approach)
– ผลักดัน ESG (Environmental, Social, Governance: สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล) ให้ฝังอยู่ในทุกงาน
– ยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนให้ “มีคนรับรอง” (Third-party Certification: การรับรองโดยหน่วยงานภายนอกที่เชื่อถือได้)
– ทำงานด้วย Data, Intelligence & Innovation
– ทำ Fast Track ร่วมกับภาครัฐ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการจัดงาน

ฝั่งตลาดต่างประเทศใช้แนวคิด Shift for Impact ขับเคลื่อนด้วย 4R
– Redefine (นิยามใหม่): เลือกสนามที่ไทยเก่ง เจาะให้ลึกขึ้นตามอุตสาหกรรม พร้อมสร้าง Market Intelligence (ข้อมูลเชิงลึกการตลาด)
– Regenerate (ฟื้นฟูและสร้างคุณค่าใหม่): ดันความยั่งยืนแบบวัดผลได้ เช่น Road to Net Zero Carbon (เส้นทางสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์)
– Reimagine (ออกแบบใหม่): เปลี่ยนจาก Destination ไปสู่ Experience ผ่านแคมเปญอย่าง MEET WELL
– Revolutionize (ปฏิวัติวิธีทำงาน): ทำตลาดด้วย Data & Intelligence ให้ชัดเจนขึ้น

ตลาดในประเทศใช้แนวคิด Change for Growth ผ่าน 4D

– Drive Value (ขับเคลื่อนคุณค่า)
– Direct Real Sector (เชื่อมเศรษฐกิจจริง)
– Demand Proactive (สร้างดีมานด์เชิงรุก)
– Differentiate (สร้างความแตกต่างด้วยเทคโนโลยี/นวัตกรรม)

ไฮไลต์ที่น่าสนใจคือการกำหนด “อุตสาหกรรมเป้าหมายรายภูมิภาค” ให้ชัดขึ้น เช่น
– ภาคกลาง: Food Security + Biotech
– ภาคตะวันออก: Smart Manufacturing
– ภาคเหนือ: Creative Culture
– ภาคอีสาน: Medical & Wellness จากภูมิปัญญา
– ภาคใต้: Premium Wellness

ปลายทางคือการทำให้เมืองกลายเป็น “MICE City Destination” ที่มี DNA ของตัวเอง และถูกพัฒนาแบบเป็นระบบ

อีกแกนคือ Meaningful Trust ที่ขับเคลื่อนด้วย 3P
– Performance (ผลงานและมาตรฐานที่จับต้องได้)
– Partnership (การทำงานร่วมกับภาครัฐ/พันธมิตร)
– Prestige (ความน่าเชื่อถือ/การยอมรับ)

รูปธรรมที่ถูกพูดถึง เช่น การผ่อนปรน Work Permit (ใบอนุญาตทำงาน), มาตรการภาษี, เพิ่มรายการสินค้านำเข้าเพื่อจัดแสดง, ขยายบริการ MICE Fast Track ไปสู่สนามบินภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย อุดรธานี รวมถึงการทำ TOR (ขอบเขตงาน) ที่ชัดเจนเรื่องความยั่งยืน เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยให้แข่งขันได้

TCEB ตั้งเป้าเติบโต 10% ด้วย
– นักเดินทางไมซ์รวม 29.4 ล้านคน (ในประเทศ 28.2 ล้าน / ต่างประเทศ 1.2 ล้าน)
– รายได้รวม 163,000 ล้านบาท (ในประเทศ 92,000 ล้าน / ต่างประเทศ 71,000 ล้าน)
– ดันสัดส่วน GDP ของไมซ์เป็น 1.77% (จากเดิม 1.65%)

จากทั้งหมดในปี 2569 ไมซ์ไทยกำลังเปลี่ยนจาก “ขายความพร้อม” ไปสู่ “ขายความเชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือ”
#TCEB #MICEinThailand #9Conversations