เมื่อกระแสข่าวลือว่า “อาชีพครีเอเตอร์อาจกำลังจะหายไป” เริ่มแพร่สะพัด หลายคนในวงการ ทั้งครีเอเตอร์ และเด็ก ๆ ที่ใฝ่ฝันอยากเป็น คงอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า “อนาคตของเราจะเป็นอย่างไร?”
Tellscore จึงร่วมกับ FutureTales LAB และสถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) จัดทำวิจัย “Futures of Content Creators 2035” เพื่อมองไปให้ไกลกว่าแค่เทรนด์สั้น ๆ และเข้าใจว่าอะไรกันแน่กำหนดอนาคตของครีเอเตอร์ พร้อมเจาะแนวโน้มของวงการคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยในอีก 10 ปีข้างหน้าเอาไว้ครบถ้วนทุกแง่มุม และเราก็พบว่า หนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อวันข้างหน้าของชีวิตครีเอเตอร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ ‘Megatrends’ ที่ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงของโลก แต่เป็น ‘แรงสั่นสะเทือน’ ที่จะนิยามใหม่ทั้งอาชีพและทักษะที่ครีเอเตอร์ควรมีในอนาคต
Megatrends คืออะไร
Megatrends คือ แรงผลักดันขนาดใหญ่ หรือ แนวโน้มอะไรบางอย่างที่จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจและสังคมโลก แน่นอนว่า Megatrends เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะส่งอิทธิพลกับทุกภูมิภาค ทำให้ภาคธุรกิจต้องกำหนดนโยบายใหม่ ภาคประชาชนเองก็ต้องปรับการใช้ชีวิตประจำวันของตัวเองใหม่ เมื่อเป็นเช่นนี้ Megatrends จึงส่งผลกับทุกอาชีพที่มีบนโลก รวมถึงอาชีพครีเอเตอร์ด้วย
Megatrends อะไรบ้าง ที่จะมีผลต่ออนาคตของครีเอเตอร์ในอีก 10 ปีข้างหน้า?
จากงานวิจัย “Futures of Content Creators 2035” เราพบว่าอนาคตในอีก 10 ปีข้างหน้าของครีเอเตอร์ ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับ Megatrends ใหญ่ ๆ 8 ข้อ ดังนี้
AI Revolution – เมื่อกองทัพที่ปฏิวัติโลกคือ ‘ปัญญาประดิษฐ์’
คุณสังเกตไหม? แรก ๆ ที่ AI Generative เริ่มเปิดตัว การใช้ AI เพื่อแปลภาษา เขียนสคริปต์ ช่วยเรียบเรียงคำ หรือแม้แต่เจ็นภาพล้วนเป็นเรื่องน่าอาย แต่ตอนนี้กลับเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้มากขึ้น! นั่นเพราะ AI เข้ามากลมกลืนจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราแล้ว และมีแนวโน้มว่าจะทรงอิทธิพลมากขึ้นอีกในอนาคต

รายงานจาก Precedence Research ชี้ชัดว่า ขนาดตลาดปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลกอยู่ที่ 638.23 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2025 และคาดว่าจะเติบโตถึงประมาณ 3,680.47 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2034 สอดคล้องกับงานวิจัย “Futures of Content Creators 2035” ของเรา ที่พบว่า อีก 10 ปีข้างหน้า AI จะปฏิวัติวิถีชีวิตของมนุษย์ในทุกวัน และยังสามารถปรับใช้กับอุตสาหกรรม การแพทย์ และบริการได้อย่างกว้างขวาง และในอนาคต ทั่วโลกจะวางกรอบกฎหมายเพื่อควบคุมการสร้างภาพ / ข้อมูลเท็จจาก AI ที่อาจสร้างความสับสนแก่สังคม
สำหรับครีเอเตอร์: คุณเริ่มเห็นการเนรมิตภาพ / เสียงด้วย AI ที่ดูสมจริงมากขึ้น และเป็นภาพเคลื่อนไหว จนผู้คนอาจเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ครีเอเตอร์จึงควรเริ่มฝึกใช้ AI เป็นผู้ช่วยสร้างสรรค์งาน เพิ่มประสิทธิภาพ ขยายขอบเขตของจินตนาการ แต่ระวังอย่าให้ AI แทนที่ตัวตนและจิตวิญญาณของผู้สร้าง
Information Integrity – การต่อสู้กับ ‘ข้อมูลบิดเบือน’
ปัจจุบันทุกคนเป็นสื่อได้ แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าข้อมูลในมือของทุกคนเป็น ‘ความจริง’ ดังนั้น ในอนาคต การตรวจสอบความถูกต้อง และเป็นธรรมของข้อมูลจะกลายเป็น Megatrend ที่มาแรง ผู้คนจะระแวงสงสัยในข้อมูลที่ได้รับทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งจริง ๆ ก็ถือเป็นเรื่องดี

แต่ปัญหาคือ เนื้อหาที่สื่อความกลาง ๆ จะไม่ได้รับความสนใจเท่ากับเนื้อหาที่รุนแรง อัลกอริทึมจึงมักฟีดแต่เฉพาะเนื้อหารุนแรง และความขัดแย้งให้ผู้ชมเสพ จนอาจไม่สนใจตรวจสอบว่า “เนื้อหาดังกล่าวจริง / เท็จแค่ไหน” ในอนาคตจึงควรมีการกำหนดทิศทางเนื้อหาเพื่อสนับสนุนสื่อน้ำดีอย่างยั่งยืน
สำหรับครีเอเตอร์: คุณอาจมีแรงจูงใจมากมาย ที่จะสร้างคอนเทนต์พาดหัวแรง ๆ หรือสร้างความเข้าใจผิดก่อนในวินาทีแรก ๆ เพื่อดึงดูดให้คนเข้ามาชม แต่พึงระลึกไว้ว่าในอนาคต เทรนด์การตรวจสอบข้อเท็จจริงจะมาแรงกว่า ที่สำคัญการสร้างเนื้อหาที่โปร่งใส อ้างอิงแหล่งข้อมูลได้ และมีเจตนาบวก จะเป็นทุนทางความน่าเชื่อถือที่ครีเอเตอร์ไม่ควรมองข้าม
Digital Platform Govornance – ถึงเวลาแล้วที่แพลตฟอร์มต่าง ๆ ต้องได้รับการกำกับดูแล
คนที่เข้าใจการทำงานของแพลตฟอร์มดิจิทัล และฉลาดคว้าโอกาสไว้ได้ทัน ก็จะได้ใช้ประโยชน์จากกระแสนั้น ตัวอย่างเช่น การไลฟ์ขายของบน TikTok ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ ที่ไลฟ์อย่างสม่ำเสมอจนติดเทรนด์อันดับ 1 ของโลก ดึงดูดให้ผู้ชมขาจรให้ไปช้อปกันหลักแสนคนต่อวัน

ปรากฏการณ์ดังกล่าวตอกย้ำถึงพลังของอัลกอริทึม ในการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับกิจกรรมเชิงพาณิชย์อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้ทำให้เกิดประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาในแง่ของการกำกับดูแลความน่าเชื่อถือของข้อมูลสินค้า และความเป็นธรรมทางการค้า ซึ่งในอนาคต แพลตฟอร์มทั่วโลกจะออกกฎใหม่ เพื่อกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ อย่างครอบคลุม
สำหรับครีเอเตอร์: การฮุคกระแสให้ได้อาจไม่ใช่คำตอบสำหรับอนาคต แต่ครีเอเตอร์ต้องมองไกลกว่านั้น ยกระดับการนำเสนอของตัวเอง ศึกษากฎของแพลตฟอร์ม และคิดถึงประโยชน์ของผู้ชมให้มากขึ้น เพราะในอนาคต คอนเทนต์ที่สะท้อน ‘Empathy’ และ ‘Inclusivity’ จะเป็นสิ่งที่แบรนด์และผู้บริโภคให้ความสำคัญมากกว่าที่เคย
Creator as Mainstream Media – ต่อไปครีเอเตอร์จะกลายเป็น สื่อกระแสหลัก
ปัจจุบันครีเอเตอร์มีบทบาทยิ่งนักในนิเวศของสื่อมวลชน แม้แต่สื่อมวลชนที่เป็นตัวบุคคลก็ยังเปิดบัญชี Social Media และทำคอนเทนต์ในฐานะครีเอเตอร์ หรือตัวครีเอเตอร์เองก็ได้รับเชิญให้ไปออกรายการต่าง ๆ บนสื่อกระแสหลักบ่อย ๆ เส้นแบ่งระหว่าง ‘ครีเอเตอร์และสื่อ’ จึงเริ่มจางลงไป
ในอนาคต การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างครีเอเตอร์ (สื่อใหม่) กับสื่อเก่า จะกลายเป็น Megatrend และการเสริมความแข็งแกร่งร่วมกัน จะกลายเป็นหมุดหมายต่อไปของวงการ
สำหรับครีเอเตอร์: ขอให้มั่นใจว่าในอนาคตครีเอเตอร์จะยังมีที่ยืน และสามารถยืนอยู่บนสื่อกระแสหลักได้อย่างภาคภูมิ เพียงคุณยืนหยัดที่จะผลิตเนื้อหาสร้างสรรค์ ทำหน้าที่ผู้ส่งสารอย่างมีคุณภาพ
อาชีพครีเอเตอร์จะไม่หายไปไหน ตราบใดที่มนุษย์ยังต้องการแรงบันดาลใจ และเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงกัน คำถามจึงไม่ใช่ว่า “ครีเอเตอร์จะอยู่ได้ไหม” แต่คือ “ครีเอเตอร์จะพัฒนาไปเป็นใครในยุคต่อไป?
The Rise of Virtual World – การเติบโตของโลกเสมือน
มนุษย์รู้จักกับ VR และ AR เป็นอย่างดีตั้งแต่ช่วงโควิด เพราะเป็นเทคโนโลยีเดียวที่สามารถทดแทนการออกไปเจอโลกภายนอกได้บ้าง แต่แม้ตอนนี้โลกจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ VR และ AR ก็ไม่ได้หายไป ยังคงช่วยสร้างประสบการณ์เสมือนที่สมจริง ยกระดับทุกวงการอยู่เรื่อย ๆ อาทิ Apple Vision Pro แว่นตาอัจฉริยะ ที่ให้คุณพกพาโรงภาพยนตร์ ห้องเกม และห้องทำงานส่วนตัว (แบบเสมือนจริง) ไปที่ไหนก็ได้ หรือการใช้ AR ในอุตสาหกรรมค้าปลีก เช่น ให้ลูกค้าเปิดประสบการณ์ลองเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ เป็นต้น

สำหรับครีเอเตอร์: VR และ AR ยังคงขยายขอบเขตความสร้างสรรค์ให้กับผู้ผลิตคอนเทนต์ในทุก ๆ วงการ แม้จะไม่ได้ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเทคโนโลยีโดยตรง แต่ก็ควรศึกษาไว้ เพื่อวิ่งตามเทรนด์โลกให้ทัน!
The Inclusivity Movement – ความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วม
บาร์ความเท่าเทียมตอนนี้เมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อนถือว่ามีพัฒนาการชัดเจน และตั้งแต่ตอนนี้ที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมเริ่มผ่านในหลาย ๆ ประเทศ (รวมถึงประเทศไทย) ‘ความเท่าเทียม’ จะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของโลกใบนี้อย่างแน่นอน
สำหรับครีเอเตอร์: ตั้งแต่วันนี้จวบจนถึงอนาคต การสื่อสารของคุณจะต้องคำนึงถึงความหลากหลาย ทั้งเพศ เชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และเคารพทุก ๆ ความแตกต่าง น้อมรับความเห็นที่อาจต่างจากที่ตัวเองเชื่อบ้าง และนำเสนอคอนเทนต์ต่าง ๆ อย่างเปิดกว้าง
Values of Well-being – ผู้คนจะอยากใช้ชีวิตยืนยาว และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
หนึ่งใน Megatrend ที่เห็นชัดตั้งแต่ตอนนี้ คือค่านิยม ‘Well-being’ ที่มีผลต่อทุกอุตสาหกรรม ผู้คนเริ่มบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น เริ่มสนใจคอร์สดูแลสุขภาพ มีเทรนด์ Run Club ดื่มชา รวมกลุ่มกันปั่นจักรยาน กระทั่งการทำกิจกรรมแนวศิลปะบำบัดก็กลายเป็นเทรนด์ฮิต
สำหรับครีเอเตอร์: เทรนด์การพัฒนาคุณภาพชีวิต ไม่ได้เกี่ยวพันถึงสุขภาพกายเท่านั้น แต่เกี่ยวกับสุขภาพจิตเช่นกัน เพื่อผลิตคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์ Megatrend นี้ คอนเทนต์ของคุณจึงต้องสร้างแรงบันดาลใจ ลดความเครียด และส่งเสริมให้ผู้ชมมีสุขภาพใจที่ดี
Forces of Sustainability – ‘ความยั่งยืน’ จะยังคงเป็นเทรนด์ขับเคลื่อนโลก
‘ความยั่งยืน’ จะขับเคลื่อนและปฏิวัติทุกภาคส่วน ทั้งระบบเศรษฐกิจ การสร้างนโยบายบริหารประเทศ ไปจนถึงเรื่อง ‘ข้อมูล’ ในอนาคต ทุกองค์กรจะต้องปรับกลยุทธ์เรื่องความโปร่งใสของข้อมูล และจะต้องใส่ใจการสร้างระบบนิเวศทางข้อมูลที่ยั่งยืน กล่าวคือ ข้อมูลต้องถูกต้อง แม่นยำ มีแหล่งอ้างอิง กำหนดการเข้าถึงให้เป็นมาตรฐาน มีการดูแล อัปเดต และวางแผนการจัดเก็บในระยะยาว
สำหรับครีเอเตอร์: ในอนาคตครีเอเตอร์เช่นคุณก็ต้องทำคอนเทนต์อย่างมีแบบแผน และใส่ใจกับการจัดเก็บ การตรวจสอบความถูกต้อง และการนำเสนอข้อมูลให้มากขึ้น รวมทั้งจะต้องตื่นตัวกับเรื่อง ‘ความยั่งยืน’ ในมิติอื่น ๆ ให้มากขึ้นด้วย
สรุปแล้ว ในอนาคตครีเอเตอร์จะหายไปหรือไม่?
สำหรับ Tellscore เรามองว่า Megatrend ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงของโลก แต่คือ ‘แรงสั่นสะเทือน’ ที่จะมานิยามใหม่ทั้งอาชีพและทักษะที่ครีเอเตอร์ควรมีในอนาคต อาชีพครีเอเตอร์จะยังคงมีอยู่ต่อไป เช่นเดียวกับทุกสาขาอาชีพที่สามารถปรับตัวได้ตามกาลเวลา เพราะสำหรับครีเอเตอร์แล้ว Megatrend คือปัจจัยสำคัญที่เข้ามากำหนดทิศทางของสายอาชีพว่าจะพัฒนาไปในรูปแบบใดบ้าง ดังนั้น หากครีเอเตอร์พร้อมเรียนรู้และสามารถปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ ก็จะยังคงโลดแล่นและเติบโตในวงการได้อย่างต่อเนื่อง


